เรื่องเล่าการบำบัด


ศูนย์อนัมคาราฯ จิตใต้สำนึกบำบัด ให้การดูแลบำบัดจิตใจด้วยศาสตร์ย้อนอดีต (Regression Therapy) ซึ่งเป็นศาสตร์การบำบัดทางเลือกไม่ต้องใช้ยา และมีงานวิจัยมาตรฐานทั้งในประเทศและต่างประเทศรองรับ ( อ่านที่หัวข้อ งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง) โดยการนำจิตเข้าสู่ภวังค์ของจิตใต้สำนึก เพื่อการคลี่คลาย ทำความเข้าใจและเยียวยา ปมความรู้สึก ความทุกข์ที่ซ่อนอยู่ อย่างไม่รู้ตัว 
เมื่อผ่านการบำบัดจิตใต้สำนึกแล้วจะเห็นความเปลี่ยนแปลง ทั้งในระดับความนึกคิด ความรู้สึก มุมมองต่อตนเองและผู้อื่นที่เปลี่ยนแปลงในแง่บวก มีพลังสร้างสรรค์ชีวิตได้เต็มที่ 
มีผลช่วยบำบัดจิตใจ ทั้งในอากาวิตกกังวล แพนิค โฟเบีย นอนไม่หลับ ความเชื่อมั่นในตนเอง ปัญหาในความสัมพันธ์ รวมถึงการค้นหาศักยภาพในบุคคล 
***************************************************************

      
      ในมุมมองของแพทย์และพยาบาล ที่ทำเรื่องจิตใต้สำนึกบำบัด และการย้อนอดีตชาติบำบัด (Past Life Regression Therapy) มาช่วยเหลือผู้มีความทุกข์ทางจิตใจ ตั้งแต่ ความเครียด กังวลกลัว โฟเบีย แพนิค นอนไม่หลับ อารมณ์เศร้า ฯลฯ 
ได้เห็นผู้คนจำนวนมากที่หาย ดีขึ้นมากๆ คลายความทุกข์ ปรับแก้ความสัมพันธ์ เพิ่มความเชื่อมั่น พบเป้าหมายชีวิต มีคุณภาพการดำรงชีวิตดีขึ้น ทำให้รู้สึกทึ่งในประสิทธิภาพของวิธีการบำบัดทางเลือกนี้ จนเกิดความเชื่อมั่นว่าศาสตร์การสะกดจิตบำบัด จะเป็นคำตอบของการดูแลปัญหาสุขภาพแบบกายจิต ในทศวรรษนับจากนี้เป็นต้นไป

จิตใต้สำนึกบำบัด 


     เป็นศาสตร์การบำบัดกาย-จิต มีกลไกที่ช่วยให้เกิดการเยียวยา คือการดึงอารมณ์ที่เก็บกดไว้ในระดับจิตใต้สำนึก ขึ้นสู่ระดับจิตสำนึก  ( Bringing the subconscious conscious) ปมอารมณ์ความรู้สึกนี้ อาจจะเป็น ความเศร้า  ความว้าเหว่  ความโกรธ  ความกลัว  และนำให้เกิดการรับรู้  ทำความเข้าใจ  การปลดปล่อยการเชื่อมโยง  การให้อภัย  ซึ่งเป็นวิธีการที่ลัดตรงและได้ผลเร็ว


*******************************
กลัวสังคม (Social Phobia)


มีอาการกลัว วิตกกังวลรุนแรงเมื่อต้องเผชิญสถานการณ์ทางสังคม หรือการแสดงออกต่อหน้าผู้อื่น เกิดการประหม่า หัวใจเต้นเร็ว พูดไม่ออกหรือพูดตะกุกตะกัก เหงื่อออกมาก เหมือนอาการแพนิค มีความกังวลล่วงหน้า และพยายามหลีกเลี่ยงการแสดงออกทุกครั้ง
.
ลักษณะอาการแบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม
1. อาการเป็นเฉพาะบางเหตุการณ์ (Specific form) เช่น การพูดหน้าชั้น การร้องเพลง การแสดงความคิดเห็นในห้องประชุม
2. อาการเป็นไปทั่ว (Generalized form) นอกจากกลัวการแสดงออกแล้วยังกลัวการพบปะคนแปลกหน้า การทานอาหารในที่สาธารณะ การเข้าห้องน้ำสาธารณะ และอื่นๆ
.
ผู้ที่มีการกลัวสังคม มักจะคอยระวังตรวจสอบตัวเองมากเกินไป (Self conscious) ประเมินผลการแสดงออกของตัวเอง และประเมินตนเองต่ำ รู้สึกทำได้ไม่ดีพอ จะทำจะพูดอะไรต่อหน้าผู้อื่น ก็จะระแวดระวังมากเกินจนไม่เป็นธรรมชาติ
การปรับทัศนคติ วิธีคิด มุมมองให้คิดถึงผู้อื่นมากขึ้น ทำเพื่อประโยชน์ของผู้อื่น พูดเพื่อผู้อื่น ไม่หมกมุ่นวนเวียนแต่การประเมินจับผิดตนเอง หรือคาดหวังให้ตัวเองเก่ง ดูดีในสายตาคนอื่น และฝึกฝนซ้ำๆจนเกิดความเคยชิน และมั่นใจ
.
การย้อนรอยอดีตชาติบำบัด (Past Life Regression Therapy) เป็นวิธีการลัดตรงไปที่ต้นตอของความกลัวในจิตใต้สำนึก เพื่อเยียวยาความรู้สึกที่เก็บกดไว้โดยไม่รู้ตัว ทำให้เกิดปัญญามุมมองใหม่ต่อตนเองและผู้อื่น ซึ่งเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงมาก สามารถรักษาอาการกลัวสังคมให้หายขาดได้

*********************************************************

อาการกลัวน้ำ (Aquaphobia, Waterfright) เป็นปัญหาทางจิตแบบหนึ่ง ซึ่งบุคคลมีความกลัวการลงน้ำ เล่นน้ำ การตกลงไปในน้ำ จึงหลีกเลี่ยงกิจกรรมทางน้ำ อาจจะเป็นน้ำในอ่างอาบน้ำ สระว่ายน้ำ แม่น้ำ หรือน้ำทะเล ก็ได้ ทั้งที่รู้ว่าความกลัวนั้นมากเกินไป แต่ไม่สามารถควบคุมความกลัวได้
.

การย้อนอดีตชาติบำบัด (Past Life Regression Therapy) เป็นการบำบัดทางเลือก สามารถรักษาโรคกลัวน้ำนี้ให้หายขาดได้

                         
                       ***********************************
คุณค่าของการให้อภัย


  
      เพราะความโกรธเคือง ที่สะสมมากว่า 4 ปี จากเพื่อนคนหนึ่งที่คอยพูดให้เธอเสียใจด้วยการดูถูก  คำตำหนิติเตียน  ดูเหมือนเธอทำอะไรไม่เคยถูกเลย  และเสียความมั่นใจในตนเอง  จนไม่อยากพบไม่อยากคบด้วยอีกต่อไปแล้ว  แต่ความรู้สึกโกรธเคืองยังวงเวียนในใจ  แม้พยายามข่มใจทำสมาธิ  ภาพของเพื่อนและความรู้สึกเดิมๆ ยังแวบเข้ามาในใจ ทำให้จิตใจไม่สงบเอาเสียเลย
      ในภวังค์ของการให้อภัยบำบัด (Forgiveness Therapy) 
ที่ศูนย์อนัมคาราฯ เมื่อให้อภัยได้แล้ว  เกิดความผ่อนคลายทั้งร่างกาย  แสดงจากกราฟหลอดเลือดส่วนปลายขยายตัว  เกิดความรู้สึกโล่งเบาทั้งร่างกายและจิตใจ
     
การให้อภัย  ไม่ได้แปลว่า คุณจะลืมสิ่งที่ถูกกระทำมา
การให้อภัย  ไม่ได้แปลว่า คุณจะเห็นดีด้วยในการกระทำนั้น
การให้อภัย  ไม่ได้แปลว่า คุณจะกลับไปเปลี่ยนแปลง
                                สิ่งที่ได้เกิดขึ้นไปแล้ว

แต่การให้อภัย  คือ การปลดปล่อยตัวเอง
ออกจากการกักขังจองจำโดยความโกรธแค้น !!
วันนี้คุณได้ให้อภัยแล้วหรือยัง ? 

**************************
อาการนอนไม่หลับจากความเครียด



     ผมได้ดูแลบำบัดหญิงม่ายสูงอายุท่านหนึ่ง แม้ว่าสามีจะเสียชีวิตไปนานกว่า 5 เดือนแล้ว ภรรยาก็ยังอยู่ในอารมณ์เศร้า ในตอนแรกนั้นเธอพยายามไม่แสดงความเศร้าให้ใครเห็น รวมทั้งในงานสวดศพทั้ง 7 วัน ก็ไม่มีร้องไห้เลย แต่ตอนนี้เธอกลับเศร้ามาก นอนร้องไห้คนเดียวคิดถึงสามี ไม่อยากไปไหน ไม่อยากทำอะไรแบบที่เคยทำ
.
อาการนอนไม่หลับเป็นมากขึ้น จนบางวันไม่หลับทั้งคืนก็มี  เธอได้ไปพบแพทย์ และรับยานอนหลับมาถึง 3 ชนิด แม้ช่วยให้หลับได้แต่ก็มีอาการง่วงงุนตลอดทั้งวันไม่แจ่มใสเลย
.
     จากการตรวจวัดค่าความผันแปรของอัตราการเต้นหัวใจ ( Heart Rate Variability) พบว่าการเต้นหัวใจไม่สม่ำเสมอ มีอาการกระตุกหัวใจเต้นเร็วขึ้นเป็นช่วงๆ ซึ่งเกิดจากอารมณ์เครียดที่สะท้อนมาที่หัวใจนั่นเอง
.
     การหายใจอนัมคารา เป็นวิธีการช่วยปรับสภาพอารมณ์และการเต้นของหัวใจให้กลับมาเป็นปกติ สม่ำเสมอ หัวใจเต้นช้าลง อารมณ์สงบผ่อนคลาย และสามารถหลับได้ดีขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งยานอนหลับ
.
     การหายใจอนัมคารา
.
ทำโดยนั่งหลับตา พักจิตไว้ที่หัวใจซึ่งอยู่กลางทรวงอกค่อนไปทางซ้าย ให้ลมหายใจอ่อนโยน แล้วหายใจเข้ายาว 5 วินาที-ออกยาว 5 วินาที ให้ลมผ่านเข้าออกที่หัวใจ น้อมจิตวางไว้ที่หัวใจอย่างเดียวต่อเนื่อง 10 นาที)


*******************************

การย้อนอดีตชาติบำบัด (Past Life Regression Therapy)





       คือศาสตร์การบำบัดจิตใจในระดับจิตใต้สำนึก  (จิตส่วนลึกที่เรายังเข้าไปไม่ถึงด้วยจิตสำนึกธรรมดา)  เมื่อกระทำอย่างถูกต้องเหมาะสม  ด้วยเทคนิคชักนำเข้าสู่ภวังค์  ผู้รับการบำบัดจะเห็นตัวเองอยู่ในช่วงเวลาอดีตกาล  ในสถานที่ยุคเก่าก่อนและรับรู้ตัวตนเป็นบุคคลในช่วงเวลานั้น  ซึ่งอาจเป็น ชาย หญิง เด็ก คนแก่ก็ได้  และมีประสบการณ์ในเหตุการณ์ต่างๆ  ซึ่งจะสะท้อนถึงเรื่องราวที่เกี่ยวข้องในชีวิตปัจจุบัน  ทำให้เกิดความเข้าใจเงื่อนปมอารมณ์ที่ฝังไว้ในใจ  นำสู่การปลดปล่อยตนเองด้วยความเข้าใจ ความรักเมตตาและการให้อภัย
      แม้ว่าเราจะไม่สามารถพิสูจน์ความมีอยู่จริงของเรื่องราวในภวังค์อดีตชาติ หรืออาจจะเป็นจินตนาการของจิตใต้สำนึกเองเพื่อการเยียวยาก็ตาม  แต่การหยั่งรู้ที่เกิดขึ้นจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง อารมณ์ พฤติกรรม ในทางที่ดีขึ้น เข้าใจมากขึ้น  มีประสิทธิภาพให้อาการทางจิตเช่น ความกลัวกังวล อารมณ์เศร้า  ไม่มั่นใจตนเอง ทุเลาลงมากและหายได้  รวมถึงการเข้าใจชีวิตในสังสารวัฏฏ์ การแก้ไขปัญหาสัมพันธภาพกับใครบางคน  รู้ซึ้งเรื่องกฏแห่งกรรม คือเหตุและผลของกรรมในอดีตที่ผูกโยงมาสู่ชีวิตในปัจจุบัน
      ร่องรอยของอดีตชาติในจิตใต้สำนึกนี้   เป็นรอยประทับที่ยังมีพลังกดถ่วงชีวิต  เกิดเป็นอารมณ์ด้านลบ  ปิดกั้นศักยภาพ  กระบวนการบำบัด  เมื่อจิตสำนึกรับรู้จิตใต้สำนึก  จะช่วยให้เกิดการการเยียวยาจิตใจ  ปลดปล่อยพลังอารมณ์ สลายปมลบเหล่านั้น  และเปิดเผยขึ้นถึงพลังสร้างสรรค์ชีวิตที่ซ่อนอยู่  เมื่อจิตใจมีอิสระจากปมในอดีตแล้วนั่นเอง  และยังใช้ พลังจิตใต้สำนึกนี้สู่การทำนายอนาคต (Future Progression) ถึงการเรียน การงาน ครอบครัว เพื่อให้เกิดทิศทาง ความมั่นใจในการดำเนินชีวิตต่อไปอีกด้วย


      ********************************
      อาการกลัวความสูง ​(Acrophobia)
  กลัวความสูงอย่างไม่มีเหตุผล (Irrational Height Fear) เกิด
อาการหวิว ใจสั่น เหงื่อออก กลัวรุนแรง รู้สึกทรงตัวไม่อยู่ ต้องเลี่ยง
ออกจากที่สูง ถ้าต้องไปเดินริมระเบียงก็ต้องเดินชิดด้านในและไม่ก้ม
ลงไปมอง อาการเกิดขึ้นแม้ในระดับความสูงไม่มากเช่น ตึก 2-3 ชั้น
 ผู้หญิงจะเป็นมากกว่าผู้ชาย 2 เท่า 
    ในการบำบัดแบบ Past Life Regression Therapy ในภวังค์
ของการย้อนอดีตชาติ เธอเห็นตัวเองยืนอยู่นอกกำแพงสูง
ของปราสาทโบราณ ที่กั้นเธอไว้จากลูกและสามีที่อยู่ด้านใน เพราะ
เธอได้ทำความผิดละเมิดกฏที่วางไว้ จึงถูกลงโทษไม่ให้กลับเข้าไป
อีก  เธอเอื้อมมองขึ้นไปยังกำแพงสูงลิ่ว ในสภาพที่เสียใจ ร้องไห้โศก
เศร้า ที่ไม่สามารถพบกับครอบครัวได้ และสิ้นหวัง จนต้องออกไปใช้
ชีวิตเดียวดายลำพัง และตายในที่สุด 
     เธอได้เรียนรู้บทเรียนของการไม่เย่อหยิ่ง จองหอง การยอมรับกฏ
เกณฑ์ของสังคม การให้ความสำคัญกับครอบครัว และให้อภัยตนเอง
 จนจิตใจกลับสู่สภาพที่สุขสงบ และไม่มีความกลัวใดๆต่อกำแพงที่สูง
นั้นอีก เมื่อออกจากภวังค์ตอนนี้เธอไม่มีความกลัวที่สูงๆอีกแล้ว

*******************************************
ปฏิกริยาปลดปล่อยจิต (Abreaction)



     อารมณ์ความรู้สึกที่เก็บกดไว้ในระดับจิตใต้สำนึก ( repression) เป็นอารมณ์ที่ฝังลึกและซับซ้อน ซึ่งศาสตร์ NLP เข้าไปไม่ถึง หรือปรับแก้แค่เพียงชั้นพื้นผิวจิต การบำบัดที่จะได้ผลจริงในการสลายพลังอารมณ์ลบเพื่อให้เกิดการทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง(emotional  insight) การเรียนรู้ใหม่ (relearning) การปรับเปลี่ยนรูปพลังงานอารมณ์ (Emotional transformation) ต้องใช้การบำบัดแบบย้อนอดีต (regression therapy) เกิดปฏิกริยาปลดปล่อยจิต (abreaction) ช่วยให้จิตสำนึกจัดการกับอารมณ์ในภวังค์จิตใต้สำนึกได้ ซึ่งอาจเป็นการย้อนอดีตในชาติปัจจุบันหรือการย้อนอดีตชาติก็ได้ จึงจะก่อให้เกิดผลการบำบัดแท้จริงและยั่งยืน 

     ปฏิกริยาปลดปล่อยจิต (abreaction) จะช่วยให้จิตสำนึกจัดการกับอารมณ์ในภวังค์จิตใต้สำนึก


***************************************
อาการกังวลสังหรณ์ (Anxious Foreboding)



     ความกลัวกังวล ล่วงหน้าไปเสียทุกเรื่อง เช่น กลัวลูกเจ็บป่วย กลัวสามีเกิด  อุบัติเหตุ กลัวธุรกิจขาดทุน กลัวเรื่องร้าย กลัวถูกโกง กลัวเกิดอันตราย

     ในการย้อนรอยอดีตชาติรายหนึ่ง พบ ตนเองเป็นเพชฌฆาต ทำหน้าที่ประหารด้วยการ ตัดคอเชลยศึกเป็นจำนวนมาก ที่เหล่าเชลย ต่าง ตกอยู่ในอาการตื่นตระหนก เสียขวัญ หวาดผวา และหวาดกลัวจนถึงที่สุด

      อาการกังวลสังหรณ์ หมายถึง การชดใช้กรรม ของความรู้สึกหวาดกลัว เพื่อให้จิตวิญญาณได้ เข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงความทุกข์ที่เบียดเบียนผู้อื่นไว้ นำสู่การขออโหสิกรรม การให้อภัยตนเอง และนับจากนี้ไปจะใช้ชีวิตทุกวันเวลาที่จะ ทำความดี ช่วยเหลือสังคม

***********************************************
กลัวความสกปรก (Automysophobia)

     กลัวสิ่งสกปรก หรือเชื้อโรคว่าจะเข้าสู่ร่างกาย ทำให้ต้องคอยระมัดระวังการสัมผัสสิ่งต่างๆมากเกิน เช่น ก๊อกน้ำ ลูกบิดประตู ราวบันได ของเปียกแฉะ ทำให้ต้องล้างมือบ่อยๆนานๆ จนถึงกับมือเปื่อยก็มี ก่อให้เกิดความทุกข์ในการดำเนินชีวิตอย่างมาก อาการนี้คล้ายกับการย้ำคิดย้ำทำด้วย
      ในการย้อนอดีตชาติบำบัด เมื่อนำกลับไปพบว่าตัวเองเป็นพระภิกษุ ที่กำลังจะตาย มีแผลพุพองตามตัว น้ำเหลืองไหล สกปรกมีกลิ่นเหม็น นอนตายลำพังนานเป็นสัปดาห์จึงมีคนมาพบเจอ
      การเยียวยาในภวังค์จิตใต้สำนึก ด้วยการให้เขาเผชิญสภาพตนเอง และเฝ้ามองความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น จนเกิดปัญญาความเข้าใจว่านี่เป็นสภาวะธรรม ไม่จำเป็นต้องรังเกียจหวาดกลัวใดๆ จิตใจสงบ คลายความหวาดกลัวสิ่งสกปรกได้ ตอนนี้สามารถเข้าห้องน้ำโดยไม่ต้องคอยระวังเชื้อราที่พื้นกระเบื้อง สามารถจับลูกบิดประตู หรือราวบันไดโดยไม่ต้องล้างมือซ้ำๆแบบเดิมอีกต่อไปแล้ว

********************************************

ขาดความรักตนเอง (Self Hatred)
     ทำให้มองตนเองด้อยค่า ไม่เป็นที่รัก กลัวถูกตำหนิ กลัวถูกนินทา ขาดความเชื่อมั่น ในการเข้าสังคม อาการนี้เป็นมาตั้งแต่เด็ก ทั้งๆที่ถูกเลี้ยงดูด้วยความรักเป็นอย่างดีมา ตลอด ทำให้แยกตัว ด้วยความรู้สึกเหงาว้าเหว่ และโหยหาความรักอยู่ลึกๆ 
       เมื่อนำเข้าสู่ภวังค์อดีตชาติ พบตนเองเป็น อสุรกาย รูปร่างเหมือนมีหน่อ งอกออกจาก ร่างกายทั่วร่าง ไม่มีใบหน้า มือเท้าเป็นหนาม แหลมสีแดง น่าขยะแขยง รู้สึกรังเกียจตนเอง ที่มีรูปร่างเช่นนี้ จึงใช้ชีวิตอยู่แต่ในถ้ำอย่าง เดียวดายตลอดทั้งชีวิต และตายลำพังในถ้ำ นั้นเอง ด้วยความรู้สึกสุดท้ายคือ ความต้องการความรักและการยอมรับ และด้วย กระบวนการบำบัดจิต นำสู่การยอมรับและ โอบกอดตนเองด้วยความรักได้ในที่สุด

 **********************    


      
     การสะกดจิตย้อนอดีตชาติบำบัด (Past Life Regression
Therapy) เป็นศาสตร์บำบัดทางเลือก ที่มีประสิทธิภาพในการถ่าย
อน ปลดปล่อยพลังงานลบที่เก็บกดอยู่ในจิตใต้สำนึก ก่อให้เกิดการเยียวยาอย่างลึกซึ้งเป็นการนำพลังที่มีอยู่แล้วในธรรมชาติชีวิตมาบำบัดความเจ็บป่วยทางจิตใจ ผ่านกระบวนการของภวังค์บำบัด ( Trance Therapy) ซึ่งในต่างประเทศมีความตื่นตัวสนใจและการศึกษากันถึงระดับปริญญาเอกแล้ว
        ความเจ็บป่วยทางจิต จำนวนมากที่การรักษาทางจิตเวชแผนปัจจุบัน แล้วยังไม่ดีขึ้น และยังเกิดผลข้างเคียงจากการกินยาด้วย น่าจะได้พิจารณาศาสตร์บำบัดทางเลือกอื่นๆ จึงจะเกิดความเป็นธรรมและความถูกต้องในการช่วยเหลือผู้ป่วยมากขึ้น
     ศาสตร์ของจิตเวชทางเลือก(Alternative Psychiatry) ที่มีพื้นฐานของจรรยาบรรณที่ดี มาตรฐานวิชาการ จะมีบทบาทมากขึ้น เพื่อเป็นทางออกให้กับปัญหาที่การรักษาแบบดั้งเดิมไม่ได้ผล


*********************************************


     ได้ทำย้อนอดีตชาติบำบัดเคสหนึ่งที่เป็นอาการกลัวงู 

(Snake phobia, Ophidiophobia) ที่ต้องมาบำบัดเพราะเธอทำงานอยู่ที่แผนกของเล่นในห้างแห่งหนึ่ง ที่มีตุ๊กตาผ้าเป็นตัวงูด้วย ทำให้มีปัญหากับการทำงานมากๆ แค่นึกเห็นภาพก็กลัวจนผวาแล้ว จนไม่อยากไปทำงานเอาเลย

      ในภวังค์อดีตของชาติปัจจุบัน เธอรับรู้ความเศร้าเสียใจจากการสูญเสียพี่สาวและพี่ชายที่รักมากไปอย่างกระทันหัน ร้องไห้ฟูมฟาย 


(ตามกราฟแสดงอารมณ์ที่ตอบสนองออกมา) หลังจากได้กอด และ

พูดคุยในภวังค์ถึงความรู้สึกที่ตกค้างอยู่ (unfinished business) 

ความโศกเศร้าค่อยๆลดลง จนเธอกลับมาผ่อนคลาย และเข้าสู่ฉาก

ของอดีตชาติต่อไป


      และเมื่อนำเข้าสู่ภวังค์อดีตชาติ เธอเป็นหญิงชาวบ้าน เห็นตัวเอง


พายเรือเล่นในคลอง แล้วจู่ๆเจ้างูสีขาวตัวหนึ่งก็เลื้อยขึ้นมาบนเรือ 

ทำให้ตกใจมาก แต่งูกลับไม่ทำร้ายเธอ เลื้อยมาพันที่แขนข้างขวา 

แล้วลงมาขดอยู่ข้างๆ และตามเธอกลับไปที่บ้านด้วย แล้วจากนั้น

ก็ได้กลายเป็นเพื่อนกัน เพราะเธออาศัยอยู่บ้านเพียงลำพัง งูที่ชื่อ 

"เจ้าเผือก" นี้ ชอบมานอนขดเฝ้าอยู่หน้าบ้านซึ่งเธอจะลูบตัวมันเล่น

อยู่เป็นประจำ จนเมื่อวันที่เจ้างูเผือกตาย เธอร่ำไห้เสียใจ เหมือนรู้สึก

เสียเพื่อนรักสนิทด้วยที่สุดไป ฝังศพมันและขอให้ได้กลับมาพบเจอ

กันอีก นำไปสู่ความเข้าใจที่ว่า แท้จริงเธอไม่ได้กลัวงูเลย แต่กลัวที่

จะสูญเสียของรักไป การเจองูในชาติปัจจุบันแล้วมีอาการกลัวรุนแรง

จนเป็นโรคกลัวงูนั้น เพราะงูเป็นตัวแทนของความรู้สึกพลัดพราก ที่

เธอไม่อยากได้พบเจออีกเล

         เมื่อผ่านกระบวนการบำบัด และ Anchoring ความเชื่อมั่น

แล้ว เธอพบว่าตอนนี้ไม่มีความกลัวงูเหลืออีกเลย จะนึกคิดภาพงู

อย่างไรก็ยังรู้สึกธรรมดา ไม่หวาดกลัวเหมือนเดิม      ออกจากภวังค์

สะกดจิต  ด้วยความมั่นใจว่าหายจากการกลัวงูแล้ว ซึ่งเธอจะลอง

กลับไปเที่ยวดูงูที่สวนสัตว์ใกล้บ้านอีกด้วย 


***********************************


      เป็นอีกวันที่ผมรู้สึกปีติอิ่มเอมใจมาก เมื่อได้ทำการสะกดจิตย้อนอดีตชาติบำบัดให้กับเคสหนึ่ง ซึ่งมาพบเพื่อให้ช่วยปลดล็อคสู่ความสำเร็จในธุรกิจที่ทำอยู่ ว่าทำไมยังไม่ได้ดังที่ตั้งใจไว้ จากการวัดค่าความผันแปรของอัตราการเต้นหัวใจ (Heart Rate Variability) พบว่ามีอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะค่อนข้างมาก และอาการเจ็บแปลบที่หัวใจเป็นบางครั้ง และทราบว่าเธอมีก้อนเนื้อผิดปกติที่เต้านมด้านซ้ายและเพิ่งจะผ่าออกไปแต่ยังรู้สึกเจ็บอยู่

     ในภวังค์อดีตชาติ เธอได้เห็นว่าตัวเองเป็นนักบวชที่กระทำความผิดและมีผู้ล่วงรู้ความผิดนั้น นักบวชจึงทำการฆ่าปิดปากชายคนนั้นเสียด้วยการลวงเข้าไปในอุโมงค์มืด แล้วใช้หอกยาวทิ่มแทงเข้าที่กลางหลังจนทะลุมาที่อกด้านซ้ายตรงตำแหน่งหัวใจ ซึ่งเธอสามารถรับรู้ความเจ็บปวดอย่างรุนแรงที่เกิดกับชายคนนั้นด้วยความรู้สึกเสียใจ และรู้สึกผิดมากต่อการกระทำของตัวเอง

     ผ่านเข้าสู่ฉากของการให้อภัย ซึ่งผ่านไปด้วยดี ทั้งสองได้ให้อภัยซึ่งกันและกัน และเธอยังรับรู้ว่าชายคนที่ถูกเธอฆ่าตายก็คืออดีตคนรักที่ก่อความทุกข์ทรมานใจให้ยาวนานกว่า 10 ปี

     เมื่อมาถึงช่วงสุดท้าย พระแม่กวนอิมได้มาปรากฏในลักษณะควันสีขาวในตอนแรกแล้วค่อยๆชัดเจนขึ้นว่าเป็นองค์ท่านที่งดงามมีเมตตา ถือแจกันและพรมน้ำมนต์ให้เธอ เป็นแสงสีทองที่อ่อนโยนมากอาบมาที่หัวใจ จนรู้สึกโล่งเบา และเมื่อได้ทำการหายใจผ่านเข้าออกหัวใจ เธอรู้สึกถึงความโล่งโปร่งเบาสบายที่หัวใจแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน อาการหัวใจเต้นกระตุกไม่สม่ำเสมอก็หายไปได้ในทันที เมื่อวัดการเต้นของหัวใจพบว่ากลับมาทำงานได้เกือบเป็นปกติ !!

     ออกจากภวังค์เธอรู้สึกถึงความแจ่มใส และบอกผมว่า " ขอบคุณค่ะ สำหรับหัวใจดวงใหม่"

ขอกราบบูชาแด่องค์พระแม่กวนอิม ด้วยเรื่องราวทั้งหมดนี้ครั

- โอม มณี ปัทเม หุม -


************************************************
สูญเสียโอกาสจากปมความกลัวฝังใจในอดีต


           แม้จะมีโอกาสก้าวหน้าได้งานที่ดีกว่าและเงินเดือนสูงกว่านับเท่าตัว  แต่เอก (นามสมมติ) ก็ปฏิเสธโอกาสนั้นเสียทุกครั้ง  เมื่อย้อนระลึกถึงวัยเด็ก พ่อของเอกเป็นข้าราชการที่ทำงานไกลบ้านและห่างเหินลูก  เอกรู้สึกว่าชีวิตเขามีแต่แม่และน้อง  เขาจึงตั้งใจที่จะไม่เป็นเหมือนพ่อ  คือจะไม่ทอดทิ้งครอบครัวไปไหนไกล
            ในภวังค์ของอดีตชาติ  เรื่องราวยิ่งตอกย้ำให้เห็นความเชื่อมโยงได้ชัดเจน เมื่อเอกเห็นตัวเองเป็นทหารอเมริกันที่สู้รบในสงครามกลางเมือง (Civil War)  ในฐานะหัวหน้ากองทหารม้าที่เข้ารบพุ่งกับฝ่ายตรงข้าม แต่ก็ต้องเพลี่ยงพล้ำและล่าถอยหลบหนี  ศัตรูยังติดตาม  ซุ่มยิง ลอบทำร้ายท่ามกลางภูมิประเทศที่ร้อนระอุ  กำลังร่อยหรอลง  และขาดน้ำอย่างที่สุด  แม้แต่ม้าที่ขี่ไปก็ตายลงกลางทาง  และ เอกคิดอย่างเดียวว่า " จะต้องกลับบ้านให้ได้"ในที่สุด เอกก็เสียชีวิตกลางทะเลทรายแห้งแล้งนั้นเอง  
             ในขณะสุดท้ายก่อนตาย  สิ่งที่แจ่มชัดในใจเขาคือ " ไม่น่ามาไกลจากบ้านแบบนี้เลย"  และเมื่อดวงวิญญาณของเอกกลับบ้าน พบเห็นความโศกเศร้าของภรรยาและลูก  เอกร้องไห้และพยายามเรียกให้รู้ว่าเขาได้กลับมาบ้านแล้ว   แต่ไม่มีใครเห็นเขาเลย  
              เอกเข้าใจแจ้งชัดแล้วว่าความกลัวในอดีตวัยเด็ก และอดีตชาตินั้นเป็นเหตุร่วมให้เขาไม่กล้าไปทำงานไกลบ้าน  แม้ว่าทุกคนจะเห็นดีและสนับสนุนเขาก็ตาม  จากนี้เขาสามารถทบทวนโอกาส ใหม่อย่างเป็นอิสระจากปมความกลัวได้แล้ว

***************************

หลุมพรางของความเกลียดชัง


         การที่เกิดและเติบโตมาในครอบครัวที่พ่อแม่มักมีปากเสียงไม่ลงรอยกัน  ต่อมาพ่อไปมีผู้หญิงอื่น  และภาพของแม่ซึ่งทุกข์ตรมใจเหมือนคนประสาทเสียมาตลอดหลายสิบปี  ทำให้ฝังความรู้สึกกลัวต่อการมีครอบครัว   จนเมื่อโตขึ้นและเจอความรักที่ทุ่มเทจริงจังและมีครอบครัวที่ดี  ในที่สุดทั้งสองก็ได้แต่งงานกัน  แม้จะได้ความรักมั่นคงจากสามีแล้ว  แต่ในใจลึกๆก็อดระแวงไม่ได้ว่าสามีที่แสนดีจะไปมีคนอื่น

         แล้วสิ่งที่เธอกลัวนั้นก็กลายเป็นเรื่องจริง เมื่อสามีไปแอบมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงในที่ทำงานเดียวกันกับเขา  เธอแทบไม่เชื่อหูตัวเองว่าเรื่องนี้จะเป็นจริง เหมือนฟ้าถล่มลงตรงหน้า เมื่อสามีมาสารภาพผิดต่อเธอ ว่าเขาพลาดพลั้งไปกับหญิงคนนั้น ตอนนี้เขาจะเลิกกับหญิงคนนั้นแล้ว  ความรู้สึกโกรธ เกลียด ทุกข์ทรมาน น้อยใจเสียใจและขมขื่นใจอย่างที่ยากจะอธิบายนั้น ถาโถมเข้าสู่จิตใจของก้อยจนไม่เป็นอันกินอันนอน  

แม้สามีจะยืนยันแล้วยืนยันอีกว่าเขาเลิกกับหญิงคนนั้นแล้ว  แต่เธอก็ไม่สามารถเรียกคืนความมั่นใจกลับมาได้  ทุกข์ทรมานกับการที่ต้องคอยตรวจตราเบอร์โทรศัพท์ ข้อความ ของสามีทุกวัน  และยังต้องใช้เวลาคอยอ่านดูเฟสบุ๊คของหญิงคนนั้นด้วยว่า เธอไปทำอะไร โพสต์ภาพอะไร มีใครมาคอมเม้นต์ว่าอย่างไรบ้าง   แม้รู้ว่าทั้งเสียเวลาและเจ็บปวดใจอยู่ลึกๆ  เธอกลับติดพฤติกรรมนี้ไปเสียแล้ว  เหมือนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ซึ่งเธอเองก็รู้ว่าเป็นสิ่งที่ไม่ดีเลย  แต่กลับหักห้ามใจตัวเองไม่ได้เลย

ในภวังค์การบำบัดนั้น  สามารถสร้างจินตภาพได้ดี  เมื่อย้อนกลับไปสู่วัยเด็ก  เธอร้องไห้น้ำตาไหลพรากเมื่อพบกับความรักของทั้งพ่อแม่ที่มีต่อเธอ   และพบว่าเธอกลับรู้สึกไม่พอใจพ่อแม่ที่ชอบทะเลาะกัน  รวมถึงการแสดงออกที่ไม่เหมาะสมกับพ่อแม่ในช่วงเวลานั้น  และเมื่อเธอได้ขออภัยต่อพ่อแม่และให้อภัยตัวเองได้แล้ว  ก้อยรู้สึกเบาสบายใจขึ้นอย่างมากเหมือนยกภาระบางอย่างออกจากส่วนลึกของจิตใจ

  นำมาสู่ฉากการบำบัดจิตใจ  เมื่อเผชิญหน้าหญิงคนนั้นในภวังค์จิต  ช่วยให้พบกับความรู้สึกเกลียดชังอย่างรุนแรงผลุดพลุ่งขึ้นมาจากจิตใต้สำนึก  และเห็นชัดว่าความชิงชังนี้เองที่เป็นเหมือนแรงดึงดูดให้ใจคิดวนเวียนถึงแต่เรื่องราวของหญิงคนนั้น  การให้อภัยอย่างแท้จริงเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อสามารถละวางจากอารมณ์โกรธเกลียดในใจได้นั่นเอง  เมื่อให้อภัยจากใจส่วนลึกนั้น ก็เท่ากับได้ปลดปล่อยตนเองออกจากหลุมพรางของการเกลียดชัง ทำให้ใจเบาสบายใจและไม่มีความคิดที่จะไปส่องดูเฟสบุ๊คของหญิงคนนั้นอีกแล้ว   เวลาในแต่ละวันมีค่าที่จะใช้ให้เกิดสิ่งดีดีกับตัวเองและครอบครัวนับจากนี้เป็นต้นไป


*************************************
สมาธิสั้นในผู้ใหญ่



            สมาธิสั้นเป็นความผิดปกติของการควบคุมความใส่ใจ (Attention)  มีผลให้วอกแวกง่าย ไม่อยู่นิ่ง วู่วาม หงุดหงิดง่าย  สาเหตุจากการทำงานของสมองส่วนหน้า (Frontal lobe) ที่พร่องไปในการควบคุมพฤติกรรม  อาการสมาธิสั้นส่วนใหญ่จะดีขึ้นตามอายุที่มากขึ้น เพราะสมองส่วนหน้ามีวุฒิภาวะเพิ่มขึ้น  แต่มีบางคนที่อาการยังหลงเหลืออยู่แม้เข้าสู่วัยผู้ใหญ่  มีผลต่อการดำเนินชีวิต การงานที่ต้องใช้สมาธิ และการควบคุมอารมณ์ในครอบครัวสังคม

       การฝึกการหายใจแบบอนัมคารา จะช่วยปรับให้ค่าความผันแปรของหัวใจกลับมามีระเบียบ สม่ำเสมอ  ทำให้อารมณ์สงบนิ่ง  เสริมสร้างพลังสมาธิได้อย่างยั่งยืน
                 ++++++++++++++++++++++++++++++

วามกลัวถูกปฏิเสธ ( Fear 0f rejection)

    เป็นความกลัวที่ฝังลึกในใจ  ที่อาจมีรากมาจากประสบการณ์ถูกปฏิเสธในชีวิตวัยเด็ก หรืออาจเป็นความทรงจำอดีตชาติที่อยู่ในจิตใต้สำนึก

   ก่อให้เกิดความกลัวไปก่อนเสมอ ว่าจะไม่ได้การยอมรับ  ไม่เห็นด้วย  ไม่ตกลง   ไ่ม่ให้   ไม่เป็นที่ต้องการ  

     การย้อนรอยอดีตบำบัด (Regression Therapy)  จะนำไปสู่ภาพเหตุการณ์ในครั้งที่เกิด คำว่า“ ไม่ ” 

     เพื่อที่จะสลายอารมณ์ ความผิดหวัง เสียใจ กลัวกังวล  อาย หรือ โกรธ  ออกจากเหตุการณ์นั้น  และชักนำให้เกิดมุมมองใหม่ (Reframing)  ที่สร้างสรรค์และเป็นจริง

***************************************************
ถอนหนามพิษออกจากใจ


        อารมณ์เศร้าเสียใจ ความรู้สึกผิดต่อการทำแท้ง  และโกรธต่อชายที่ไม่รับผิดชอบ  ทำให้ใจติดอยู่กับความทุกข์ลึกๆ  ไม่แจ่มใสและคิดสาบแช่งเขาตลอดมา  ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเพียงใด  อารมณ์ทุกข์นั้นยังกักเก็บอยู่ในใจ  ไม่ว่าจะระลึกขึ้นมาได้หรือไม่ก็ตาม
     วิธีบำบัดด้วยการย้อนอดีต โดยการเข้าสู่ Trance จะช่วยสลายอารมณ์ทุกข์ในใจและเปลี่ยนรูป (Transformation) เป็นพลังความรักเมตตาและการให้อภัย  พร้อมทั้งถอดถอนคำสาป  ทำให้ใจได้พบอิสรภาพและความแจ่มใสแท้จริงกลับคืนมา  เหมือนเป็นการถอนหนามพิษร้าย   และบ่มเพาะความดีงามให้แก่จิตใจ

*****************************************
ความเครียดกับคุณภาพการนอนหลับ

      ความเครียดกดดันในระดับจิตใต้สำนึกจากปมอารมณ์ลบในใจ

 ทำให้หลับไม่สนิท ร่วมกับการฝันร้ายและอารมณ์ไม่สดชื่นในตอน

เช้า 
        
เมื่อให้เข้าสู่ภวังค์ (Trance) ของการย้อนอดีตไปสู่

ภาพความกลัวในวัยเด็กที่ถูกทิ้งให้อยู่ลำพังไม่มีใคร  อารมณ์เหงา

ว้าเหว่  รู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่าพอ  ความรู้สึกเช่นนี้ส่งผลถึงความเชื่อ

มั่นในตัวเอง  ไม่กล้าพอที่จะริเริ่มทำสิ่งใหม่ๆ และเครียดง่าย  หลับ

ไม่สนิท  การเยียวยาเด็กน้อยในตัวเรา(Inner Child Healing) ด้วย

การมีความรักความเข้าใจกับตนเอง  และมองประสบการณ์นั้นในมุม

มองของผู้ใหญ่  จะช่วยให้เกิดการเข้าใจใหม่และปลดปล่อยจิตใจ

ออกจากความกลัวได้  ทำให้อารมณ์สงบเบาสบายและหลับได้สนิท



***********************************

กลัวสังคม (Social Phobia)


       คืออาการกลัวสถานการณ์ทางสังคม ที่มากผิดปกติ เช่น การพูด
หน้าชั้นเรียน  การอยู่ในงานเลี้ยงสังสรรค์  การพูดกับคนแปลกหน้า  การรับประทานอาหารในที่สาธารณะ  จะเกิดอาการประหม่ากลัวรุนแรง  เหงื่อออก  เสียงสั่น หัวใจเต้นเร็ว จนขาดความมั่นใจ  ไม่สามารถทำกิจกรรมนั้นๆได้อย่างที่ตั้งใจ  ก่อให้เกิดข้อจำกัดในการเรียน การทำงาน การเข้าสังคม  รวมไปถึงความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน  ความกลัวที่เกิดขึ้นนี้มากเกินกว่าที่จะใช้เหตุผลในระดับจิตสำนึกควบคุมได้
         ความกลัวที่เกิดขึ้นในประสบการณ์วัยเด็ก จะตกเป็นตะกอนใจ ทั้งในรูปภาพ เสียง ความรู้สึก ความกลัวฝังใจ ความเชื่อที่บิดเบือนไม่มีเหตุผล ( Irrational Beliefs) อยู่ในจิตใต้สำนึก  ทำให้คนๆนั้นไม่รู้ไม่เข้าใจที่มาของความกลัว จึงไม่สามารถจัดการแก้ไขได้
         การบำบัดด้วยการย้อนอดีต (Regression Therapy)  เป็นการรักษาทางเลือกที่ไม่ต้องใช้ยา  โดยอาศัยภวังค์ของจิตใต้สำนึก  ช่วยให้ถอดถอนความกลัวออกจากจิตใจได้  ช่วยให้อาการกลัวทุเลาลงมากและยังช่วยเพิ่มความมั่นใจ ความกล้าในการแสดงออก ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  

************************************
อาการแพนิค ที่ไม่ต้องแพนิค


  อาการแพนิค คือ อาการตื่นตระหนกขึ้นอย่างไม่คาดคิดมาก่อน  จู่ๆก็เกิดอาการ หัวใจเต้นเร็ว  ตื่นตกใจ กลัวขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล  พร้อมกับอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่ได้ สั่นไปทั้งตัว  กลัวว่าตัวเองจะตาย หรือรู้สึกว่าควบคุมตัวเองไม่ได้  อาการที่เกิดขึ้นอย่างปัจจุบันทันด่วนนี้  ทำให้เข้าใจไปว่าเป็นโรคหัวใจบ้าง โรคปอดบ้าง  บางคนพอมีอาการก็รีบไปที่ห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล  แต่เมื่อไปถึงที่โรงพยาบาลอาการก็เริ่มทุเลาลงเอง  และตรวจไม่พบความผิดปกติของโรคหัวใจ หรือโรคปอดแต่อย่างใดเลย
            อาการแบบนี้เกิดขึ้นอีกหลายครั้ง หลายเวลา และเกิดอาการถี่ขึ้นจนเป็นแทบทุกสัปดาห์   กลายเป็นความรู้สึกกลัวล่วงหน้าไปแล้วว่าจะเป็นขึ้นมาอีก  ยิ่งมีความเครียดจากเหตุการณ์อื่นๆซ้ำเติม  อาการแพนิคก็จะเป็นถี่บ่อยขึ้น  บางคนเป็นมากจนไม่กล้าไปไหนมาไหน  เพราะกลัวจะมีอาการขึ้นในระหว่างทาง

     ผู้มีอาการดังกล่าวจะต้องพบแพทย์เพื่อตรวจประเมิน แยกโรคจาก โรคหัวใจ โรคปอด ภาวะชัก  โรคของต่อมไธรอยด์ อาการจากสารพิษ ฯลฯ 

   การฝึกระลึกรู้ให้เท่าทันอารมณ์ที่เกิดขึ้น (emotional awareness) ทำให้ไม่ต้องเก็บกดอารมณ์นั้นๆไว้ การสะกดจิตย้อนอดีต/ย้อนอดีตชาติบำบัด จะมีประโยชน์เพื่อคลี่คลายปมอารมณ์ที่เก็บกดไว้ ทำให้เกิดความเข้าใจสาเหตุอย่างชัดเจน



     การฝึกระลึกรู้ให้เท่าทันอารมณ์ที่เกิดขึ้น (emotional awareness) ทำให้ไม่ต้องเก็บกดอารมณ์นั้นๆไว้ และการฝึกหายใจแบบอนัมคารา  เป็นวิธีการง่ายที่สามารถฝึกได้ด้วยตนเอง  และเมื่อทำอย่างสม่ำเสมอ  ช่วยให้อารมณ์จิตใจสงบมั่นคงดีมาก  สมาธิการเรียนก็ดีขึ้น และเกิดเป็นความมั่นใจว่าสามารถควบคุมตนเองได้  และใช้การฝึกนี้ควบคุมอาการตื่นตระหนกที่จะเกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี

*****************************************
กลัวความสำเร็จ (Success Phobia)  


       คนหนุ่มที่เต็มไปด้วยพลังมุ่งมั่นสู่ฝันที่ตั้งไว้  วางเป้าหมายความสำเร็จในชีวิตด้วยภาพความมั่นคงทางธุรกิจ มีกำลังทรัพย์จับจ่ายคล่องตัวและมีระบบการทำงานที่เอื้อให้มีเงินไหลเข้ามาได้อย่างต่อเนื่อง  
แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งที่จะได้หรือจะสำเร็จ  จะเกิดมีอาการแผ่วปลาย ท้อไปเฉยๆ ปล่อยให้ตัวเองเรื่อยเฉื่อย  แล้วโอกาสนั้นก็ลอยผ่านไป  เหมือนจะได้แต่ไม่ได้  เกิดขึ้นอย่างไม่มีเหตุมีผล  เป็นเช่นนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีกหลายครั้ง   อาการนี้เรียกว่า กลัวความสำเร็จ (Success Phobia) ซึ่งน่าจะมีอะไรลึกๆในใจ  ที่เหมือนเป็นกำแพงกั้นอยู่  แต่นึกอย่างไรก็นึกไม่ออกเพราะปมนี้ลึกอยู่ในจิตใต้สำนึก
ในกระบวนการบำบัดด้วยการเข้าสู่ภวังค์จิตใต้สำนึก  ช่วยให้เห็นความรู้สึกผิดหวังเสียใจ  บรรยากาศของครอบครัวที่เต็มไปด้วยความโกรธ  เสียใจ  จะทำให้เด็กคนนั้นซึมซับอารมณ์ร้ายๆนี้เข้ามาในจิตใจได้
ด้วยเทคนิคการปลดปล่อย ภาพและความรู้สึกลบออกจากจิตใจ การเยียวยาเด็กน้อย(Inner Child Healing)  การใช้โปรแกรมภาษาสมอง( NLP )  จิ๊กซอว์ตัวสำคัญที่เป็นสาเหตุของความไม่เชื่อมั่นว่าตนเองจะได้รับความสำเร็จ  และได้สลายความกลัวลึกๆนั้นออกจากใจได้  ทำให้เกิดความรู้สึกเป็นอิสระและกำลังใจขึ้นอย่างมากมายในตัวเขา   ด้วยความเชื่อมั่นเต็มเปี่ยมแล้วในคราวนี้  จะสามารถนำพาชีวิตสู่ความสำเร็จได้อย่างแน่นอน


***********************************************





เรื่องที่ให้อภัยไม่ได้ (Unforgiven)
  การถูกกลั่นแกล้งจากเพื่อน ส่งผลต่ออารมณ์ และความพร้อมในการเรียน เด็กหลายคนไม่อยากไปโรงเรียนเพราะถูกเพื่อนแกล้ง แล้วเก็บเป็นภาพความกลัวฝังใจ
  ในภวังค์การย้อนอดีต ช่วยนำกลับไปสู่เหตุการณ์ที่อยู่ท่ามกลางเพื่อนๆ  เห็นความโกรธแค้นมากมายเก็บกดไว้กับเพื่อนเหล่านั้น  และด้วยการบำบัดเยียวยาความรู้สึก  ช่วยคลี่คลายอารมณ์โกรธให้เบาบางลง  เพื่อให้สามารถให้อภัยอย่างลึกซึ้งต่อผู้ที่กระทำไม่ดีต่อเขา    การไม่สามารถให้อภัยได้ก็คืออารมณ์โกรธที่ยังตกค้างอยู่นั่นเอง
การบำบัดจะช่วยให้เห็นความโกรธที่เก็บงำไว้  เพราะเมื่อความโกรธที่มีไม่สามารถระบายออกไปได้ จึงหันกลับมาทำร้ายตัวเอง  เป็นกลไกทางจิตที่เรียกว่า การหันความโกรธกลับเข้าสู่ตนเอง 
“ Turning anger against the self ”  ทำให้จิตใจยิ่งเจ็บปวดเกิดอารมณ์เศร้าดังที่เป็นอยู่
และด้วยเทคนิคการทำ ทองเลนในภวังค์จิต ด้วยการหายใจเข้าดึงความโกรธเข้ามาที่หัวใจ  หายใจออกแปรเปลี่ยนเป็นความเมตตาแก่ตนเอง ช่วยให้สามารถสลายอารมณ์ลึกๆที่ยังตกค้างนั้นออกไปได้  และ ให้อภัย ได้กับเพื่อนทุกคน เมื่อฝังทัศนะของการให้อภัยนี้ลงในจิตใต้สำนึกช่วยให้น้องรู้สึกโล่งเบาสบาย  เพราะการให้อภัยนั้นก็คือการปลดปล่อยนักโทษให้เป็นอิสระ  ซึ่ง นักโทษคนนั้นก็คือ ตัวคุณเอง



**********************************************
การย้ำคิดย้ำทำ


      อาการย้ำคิดย้ำทำ  คือการคิดเรื่องบางเรื่องที่ไม่พึงปรารถนา เช่นการคิดคำด่าหยาบคายในใจ  คิดภาพลามก  คิดลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์  แล้วมักจะตามด้วยการย้ำทำเพื่อแก้ความคิดไม่ดีนั้น  เช่นสวดมนต์  กล่าวคำขอโทษในใจ  แม้พยายามไม่คิด ไม่อยากคิด แต่ก็ยิ่งคิด ยิ่งผลุดออกมารบกวนจิตใจซ้ำซาก จนรำคาญมานานแรมปี  ทำให้ใจเป็นทุกข์มาก  ขาดสมาธิ  ยิ่งช่วงใดที่มีเรื่องทุกข์ใจอื่นๆเพิ่มขึ้นมา  ก็ดูเหมือนมันจะผสมโรงซ้ำเติมให้ยิ่งเครียดหนัก  ความคิดนี้มันอยู่ในใจไม่รู้ว่าจะหนีได้อย่างไร  จนกลุ้มใจหาทางออกไม่เจอ  ซึมเศร้าเบื่อท้อก็ตามมาในที่สุด
      การบำบัดอาการย้ำคิดย้ำทำ  เริ่มจากการช่วยให้สามารถสลายอารมณ์ลบออกจากจิตใจ  เมื่อจิตใจแจ่มใสขึ้น  หันมามองความคิดรบกวนนั้น ด้วยความเข้าใจจนพัฒนาเป็นความเมตตา  อ่อนโยนต่อตนเอง  สามารถยอมรับไม่ปฏิเสธ  ไม่โกรธ  ทำให้จิตใจสงบขึ้นกว่าเดิมมาก  และเมื่อได้ฝึกทักษะ การหายใจบ่มเพาะพลังรักเมตตา  ก็เข้าถึงความเข้าใจแจ้งที่ว่า “ ไม่ว่าทุกข์จะมากเพียงใด  ความรักในใจยิ่งมากกว่า”  ความรักเมตตาตนเองสามารถโอบกอดความทุกข์ในใจตนเองได้อย่างสุขสงบ อิ่มเอิบ จนความคิดรบกวนนั้นหมดกำลังลงไป  ไม่สามารถมาชวนทะเลาะได้อีก  หรือหากนึกคิดขึ้นมา ก็สามารถมองได้ว่าเป็นเพียงความคิด  การกระเพื่อมของจิตที่ไม่จำเป็นต้องไปผนวกความทุกข์ใดๆเข้าไปอีก  สามารถรู้สึกขอบคุณอาการย้ำคิด  ที่ช่วยให้ได้พัฒนาความรักแท้แก่ตนเองขึ้นในใจ  เป็นความเติบโตทางจิตใจอย่างสูงยิ่ง

****************************************
อารมณ์แกว่งไกวจากไบโพล่าร์ 

        อาการของไบโพล่าร์ ทำให้มีอารมณ์ขึ้นๆลงๆ  บางช่วงอารมณ์สนุกสนานดีเกิน  บางช่วงกลับเศร้าจิตตกจนไม่อยากทำอะไร  อาการแปรปรวนขึ้นลงอยู่ตลอดทั้งปี  มีผลต่อการใช้ชีวิต  การงาน  การเข้าสังคม 
        การหายใจแบบอนัมคาราด้วยการหายใจเข้ายาวออกยาว  ให้ลมหายใจมาสัมผัสที่หัวใจ จะสร้างภาวะความผันแปรของหัวใจที่เป็นระบบระเบียบ   ช่วยให้ปรับสภาพอารมณ์ตนเองให้มีความมั่นคงขึ้น  เมื่อฝึกต่อเนื่องวันละ 10 นาที เช้า-เย็น  ร่วมกันการปฏิบัติทองเลน( Tonglen) ในขณะที่ทุกข์ใจ  ช่วยให้สัมผัสได้ถึงความสุขสงบจิตใจภายใน  แกว่งไกวน้อยลง และทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น


(ภาพบน) กราฟแสดงค่าความผันแปรของหัวใจก่อนฝึก  
มีลักษณะแกว่งตัวแบบไม่มีระเบียบ เร็วช้าไม่แน่นอน  
มีค่าคะแนนความเครียดสูง (แถบสีแดง)  



กราฟแสดงค่าความผันแปรหัวใจ หลังฝึกหายใจแบบ  
อนัมคารา  การเต้นของหัวใจ มีระบบ ระเบียบ มั่นคง  อารมณ์สงบผ่อนคลาย   ค่าคะแนนความผ่อนคลายสูง (แถบสีเขียว)

******************************************
หลับได้ไม่พึ่งยา

      การคร่ำเคร่งกับงานจนกลายเป็นความเครียดสะสม  และร่วมกับปัญหาครอบครัว  เสรษฐกิจ ความขัดแย้งกับเพื่อนร่วมงาน จึงเป็นความกดดันที่ส่งผลถึงสุขภาพจิตและทำให้มีปัญหานอนไม่หลับได้
  การใช้ยานอนหลับและยาคลายเครียดช่วย  ซึ่งก็ได้ผลระดับหนึ่ง  แต่ก็ยังรู้สึกว่านอนได้ไม่เต็มอิ่ม ตื่นเช้าแล้วยังมีอาการง่วงงุนอยู่เป็นประจำ  เปลี่ยนยาไปมาแล้วหลายขนานก็ยังไม่ดีขึ้น จะหยุดยาก็ไม่กล้าเพราะกลัวจะนอนไม่หลับมากขึ้น และจะทำงานไม่ได้ในวันรุ่งขึ้น 
  การบำบัดด้วยการสะกดจิต ฝึกการผ่อนคลายระดับลึก  การฝึกการหายใจและปรับทัศนคติกับการนอนใหม่จนเกิดสัมมาทิษฐิในเรื่องการนอน   และเรียนรู้การภาวนา “คาถาหลับสบาย” ว่า 
         “ ฉันไว้วางใจธรรมชาติยิ่งใหญ่ ให้เป็นผู้ดูแลการนอนหลับ ฉันจึงรู้สึกผ่อนคลายปราศจากความกังวลใดๆ   เพื่อจะได้นอนเล่นเป็นเพื่อนกับตัวเอง ด้วยรักเมตตา”
         และเมื่อได้ฝึกการทำสมาธิเปรมา เพื่อบ่มเพาะความรักในหัวใจ จนจิตใจเกิดความสงบแล้ว  แอนสามารถหลับได้สนิทอย่างที่ไม่ได้หลับดีแบบนี้มานานแล้ว และถึงตอนนี้ก็ไม่ต้องทานยานอนหลับอีกเลย  

********************************************************************************
ใครทำใครก่อน

    ภาพความทรงจำในวัยเด็กที่เจ็บปวด  เป็นสิ่งที่ติดอยู่ในใจมาหลายสิบปี  นั่นคือภาพที่เธอถูกคุณแม่โบยตีอย่างรุนแรง  แม้กับความผิดเล็กๆน้อยๆ  ภาพเธอหลบซ่อนคุณแม่อยู่ในห้องและกลัวจนตัวสั่นไม่กล้าออกมา  และครั้งรุนแรงที่สุดคือถูกผูกไว้กับเสาเรือนและเฆี่ยนตี จนชาวบ้านต้องเข้ามาช่วย  ความรู้สึกนี้มีผลต่อความใกล้ชิดของเธอกับคุณแม่อย่างมาก  แม้ว่าในเวลานี้คุณแม่จะแก่มากแล้ว  แต่เธอก็ไม่สามารถรักแม่ได้อย่างสนิทใจ

    การย้อนรอยอดีตชาติ  ได้เปิดเผยความทรงจำในจิตใต้สำนึก เป็นภาพเรื่องราวที่เธอเกิดเป็นคนมีฐานะ  ชอบใช้อำนาจกับบ่าวไพร่  มีบ่าวไพร่หญิงคนหนึ่ง(คุณแม่ของเธอในชาตินี้) ซึ่งเธอไม่ชอบหน้าเอาเสียเลย  มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เธอแกล้งด้วยการเอาของไปซ่อนแล้วใส่ร้ายว่าคนรับใช้คนนี้เอาไป  เธอสั่งให้บ่าวชายมาจับแม่ของเธอผูกไว้กับขื่อ และเฆี่ยนตีให้รับสารภาพ   แม่ของเธอร้องด้วยความเจ็บปวดและมองด้วยแววตาอาฆาตมาดร้าย และไม่ว่าจะถูกโบยเพียงใดก็ไม่ยอมรับ  ในที่สุดก็ถูกไล่ออกจากบ้านให้ไปใช้ชีวิตที่ยากลำบากในชนบทและป่วยตายในที่สุด  

    จึงเกิดความเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งในสิ่งที่เกิดขึ้น  จนร้องไห้สะอึกสะอื้นและรู้ขึ้นว่าตัวเธอเองนั้นควรเป็นผู้ไปกราบขอโทษ และขอแม่ให้อภัย  สิ่งที่เธอถูกกระทำนั้นยังน้อยกว่าสิ่งที่เธอเคยทำกับแม่ไว้  นับจากนี้เป็นต้นไปเธอจะทำดีกับแม่ รักแม่และกตัญญูต่อท่านให้มากที่สุด 

****************************************

ความเจ็บปวดของลูกในครรภ์จากการทำแท้ง



       แม้จะประสบความสำเร็จในชีวิตได้ระดับหนึ่ง  แต่ความยุ่งยากปัญหาในชีวิตการทำงานและชีวิตคู่นั้นก็ยังสุมเข้ามาไม่ขาด ด้วยลักษณะอารมณ์ที่เหวี่ยงเปลี่ยนแปลงเร็วของเธอ ซึ่งแม้จะรู้ตัวแต่ก็ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ ต้อยมักสงสัยในใจเสมอๆว่ากรรมที่เธอเคยทำแท้งในอดีตถึง 3  ครั้งนั้นจะมีผลมาปิดกั้นความสำเร็จและทำให้อารมณ์รุนแรงหรือไม่

      แม้พยายามฝึกปฏิบัติธรรม เจริญสติ ทำสมาธิให้มีจิตใจสงบอยู่เสมอๆ  ก็จะสงบได้ระดับหนึ่ง  แต่เมื่อเผชิญเหตุการณ์   กลับไม่สามารถนำสิ่งที่ฝึกมาใช้ได้เลย  

      การย้อนรอยสู่อดีต  เมื่อภาพเหตุการณ์ในวัยเด็กผลุดขึ้นมา เป็นภาพความใกล้ชิดกับคุณแม่ และในอารมณ์ความรักความผูกพันนั้น  อย่างไม่คาดฝัน  ได้นำให้เข้าสู่สภาวะความปั่นป่วนภายในอย่างรุนแรง  เธอเกิดความเจ็บปวดกระจายไปทั่วร่างกาย  ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดสุดเสียง  อ้าปากกว้างและเกร็งสุดตัว  ความรู้สึกของเธอเหมือนกำลังถูกของแหลมคมทิ่มแทงและควักเธอออกมา  อาการเจ็บปวดรุนแรงนี้เกิดขึ้นเป็นระลอกๆถึง 3  ครั้ง

      เมื่อผ่านกระบวนการเยียวยาและให้อภัยแล้ว เกิดความเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่าความรู้สึกทั้งหมดที่เกิดขึ้น คือความรู้สึกของลูกในท้องที่เจ็บปวดจากการทำแท้งนั่นเอง  

    ผลของการได้สลายพลังงานกรรมนี้ช่วยให้แจ่มใสขึ้นมาก อารมณ์มั่นคงเหมือนได้เกิดใหม่อีกครั้งเพราะได้สลายพลังงานลบที่เก็บไว้ในใจมานาน  นับจากนี้เธอจะดำเนินชีวิตบนเส้นทางคุณธรรม  เชื่อมั่นในเรื่องของกฏแห่งกรรมและการทำความดี


****************************************
ด้านมืดในจิตใจ


    ชีวิตที่ผ่านการถูกทำร้ายและล่วงเกินทางเพศจนคิดอยากฆ่าตัวตายหลายครั้งในวัยเด็ก  กลับทำให้เข้มแข็งและแสวงหาธรรมะเพื่อนำสู่การพ้นทุกข์สิ้นเชิง  แต่ในอีกด้านของอารมณ์นั้น เธอรู้ตัวดีว่าเธอมีปัญหาในการควบคุมอารมณ์ตนเอง  ถ้าขาดสติเมื่อใดก็จะระเบิดอารมณ์แบบควบคุมไม่ได้เลยอยู่บ่อยๆ

    เป้าหมายการบำบัดนั้นเพื่อทำความเข้าใจปมที่ปิดกั้นความก้าวหน้าในการปฏิบัติธรรม  และด้วยวิธีการที่นำจิตเข้าสู่ภวังค์ระดับลึก ได้เห็นภาพตนเองกลายสภาพเป็นปีศาจร้าย น่ากลัว  ตัวดำใหญ่ มีเขี้ยวและเล็บแหลมคม  ตาแดงกล่ำด้วยความโกรธเกรี้ยวและรายรอบนั้นมีสภาพเป็นกองเพลิงร้อนที่ลุกท่วมขึ้นมา  ปีศาจแสยะยิ้มพร้อมความรู้สึกลำพองในอำนาจของตน ที่อยากทำลายทุกสิ่งทุกอย่างให้หมดสิ้น

    ในขณะที่ปีศาจกำลังแสดงพลังอำนาจอย่างมากมายอยู่นั้น  ก็ได้ปรากฎร่างแห่งองค์พระโพธิสัตว์กวนอิม ผู้เปี่ยมด้วยมหาการุณย์ขึ้นเบื้องหน้า  และด้วยพลังความเมตตาทำให้ปีศาจค่อยๆสงบลงและยุติการทำลายล้างลงในที่สุด  กลายสภาพเป็นความสุขสงบสันติในจิตใจของเกตเอง

    ท่ามกลางความประหลาดใจของภาพปรากฎที่ผลุดขึ้นจากจิตใต้สำนึกอย่างไม่คาดคิดนี้เอง   ช่วยให้เข้าใจถึง พลังของความรักเมตตา  พลังของการให้อภัยที่มีต่อคนอื่นๆแม้แต่คนที่เคยทำร้ายเธอมา  และด้วยพลังนี้เองที่จะช่วยให้เธอพบความก้าวหน้าในการปฏิบัติธรรม 


****************************************

บาดแผลทางจิตใจข้ามภพชาติ


          อาการแพนิค(panic) มากว่า 20 ปี  ด้วยอาการใจสั่น  กลัวบอกไม่ถูก  แน่นหน้าอก หายใจไม่ได้ อาการเป็นต่อเนื่องนับชั่วโมง แม้ช่วงไม่มีอาการก็ยังกลัวกังวลว่าอาการจะกลับมาอีก  มีผลให้ใช้ชีวิตได้ไม่เต็มที่  ไม่สามารถไปทำงานนอกบ้านได้  

    โดยผ่านการบำบัดรักษาด้วยยานานาชนิด  พ่วงด้วยยาคลายเครียดและยานอนหลับ  ก็เพียงได้แค่ประคับประคองอาการไม่ให้เกิดรุนแรงขึ้นเท่านั้น  ความกลัวยังคงมีอยู่ตลอด

    กระบวนการย้อนรอยอดีตชาติได้พากลับไปยังอดีตชาติที่เขาเป็นทหาร  ขณะที่นำเพื่อนลาดตระเวนอยู่ในป่า  และถูกซุ่มโจมตีจากฝ่ายศัตรู  ในขณะที่พยายามเข้าช่วยเพื่อนของเขาซึ่งถูกยิงบาดเจ็บ  ด้วยการแบกเพื่อนฝ่าการไล่ติดตามของศัตรู  สถานการณ์ยิ่งแย่มากขึ้นเมื่อฝ่ายศัตรูตามมาทันและจับตัวพวกเขาไว้  และโดนจ่อยิงที่ศีรษะทีละคนๆ และตายด้วยความรู้สึกหวาดกลัว  หมดหนทางช่วยได้  และต้องยอมจำนนกับสภาพที่เกิดขึ้น 

     บาดแผลทางจิตใจนั้นเป็นพลังงานชนิดหนึ่งที่สามารถฝังลึกในจิตใจ และนำสู่อาการเจ็บป่วยข้ามภพชาติได้  



****************************************
ถูกทำร้ายด้วยการทอดทิ้ง

    เราอาจมองว่าการทำร้ายนั้นคือการใช้กำลังเข้ากระทำต่อกันทางกายหรือทางเพศ แต่ในทางจิตวิทยานั้น การทำร้ายยังรวมความไปถึง การใช้วาจาเสียดสี ด่าทอ ขับไล่  และการทำร้ายอีกรูปแบบหนึ่งซึ่งคนอาจนึกไม่ถึง คือการทำร้ายด้วย การไม่ใส่ใจ  หรือการทอดทิ้ง อีกด้วย

   เด็กที่เติบโตขึ้นอย่างเหงาและว้าเหว่  เช่นจากพ่อและแม่แยกทางกัน  ความห่างเหินและไม่มีเวลาให้ลูก  ชีวิตของแม่ที่เลี้ยงลูกคนเดียวจะมีแต่งานและผู้ชายคนใหม่ที่เข้ามา ทำให้เด็กรู้สึกว้าเหว่  ภาพที่ต้องอยู่คนเดียวในบ้านจนดึกและหลับไปก่อนที่แม่จะกลับมาตั้งแต่เด็ก  จึงเป็นความเหงาจับใจ  ที่มากจนกลายเป็นความเฉยเมย  แต่ลึกๆคือความเจ็บปวด

    ปัญหานั้นเกิดขึ้นกับความสัมพันธ์อื่นๆในชีวิต  ทำให้เป็นคนอ่อนไหวและกลัวการถูกทอดทิ้งมาก  จนไม่อยากจะเจ็บอีกจึงแยกตัวคบเพื่อนน้อยลง หมกมุ่นกับตัวเองและเหงาลึกๆตลอดเวลา

    การทำสมาธิภาวนาเปรมา คือการบ่มเพาะพลังรักในหัวใจ  เป็นคำตอบให้กับความเหงาว้าเหว่ได้ เหมือนพบน้ำพุความรักกลางใจตนเอง ทำให้มั่นคง สงบสุข อิ่มเต็มและมีกำลังใจ ความรักในหัวใจที่ค้นพบ เป็นความรักที่ไม่มีเงื่อนไข  ไม่มีประมาณ และเป็นความรักบริสุทธิ์ จึงพร้อมจะให้ความรักคนอื่นได้มากขึ้นเมื่อใจของเราอิ่มเต็มแล้ว

    ทุกท่านสามารถพบความรักนี้ได้ ที่บทความนี้ 


****************************************

ความทุกข์ที่เก็บกดไว้



         อารมณ์อันเป็นทุกข์นั้น ได้แก่ ความโกรธ ความกลังกังวล ความคับข้องใจ ที่เกิดขึ้นในชีวิต ตั้งแต่วัยเด็กที่แม่ส่งให้ไปอยู่กับน้าสาว  ที่เลี้ยงดูเธอด้วยการใช้อำนาจ บังคับ ขู่ตะคอกและทุบตี  แม้กับความผิดเพียงเล็กน้อย 

         ถึงวันนี้แม้จะโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่แล้ว  แต่เมื่อมาประสบกับเรื่องราวความล้มเหลวในการทำงานอีก  จึงกลับไปตอกย้ำความรู้สึกว่าตัวเองสิ้นไร้ความสามารถ  ไม่ดีพอ  ใช้ไม่ได้ อย่างที่เคยฝังใจจากน้าสาวมาตั้งแต่เด็ก  จนเกิดอาการแน่นหน้าอก  หายใจไม่อิ่ม  อึดอัด กังวล เศร้า  นอนไม่หลับ เบื่ออาหาร  อารมณ์ทุกข์ใจนี้วนเวียนอยู่ในห้วงสำนึกของเดือนมาเป็นสัปดาห์แล้ว
          จากการเข้าสู่ภวังค์ลึก  ทำให้ได้รับรู้ถึงตะกอนใจ ซึ่งเป็นอารมณ์ทุกข์จำนวนมากมาย  ที่ไหลทะลักออกมา สู่จิตสำนึก (ตามภาพกราฟอารมณ์รุนแรงที่สลายออกมา) ช่วยให้กลับมาแจ่มใส  จิตใจเบาสบาย ทานอาหารได้และนอนหลับได้สนิท อย่างดีมากและรวดเร็ว  
          บทเรียนต่อไปที่จะมีคุณค่ามากแก่การพัฒนาจิตใจ คือ การเรียนรู้ที่จะให้อภัยนั่นเอง




ไม่มีความคิดเห็น: