วันจันทร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2555

เวลา...ศัตรูที่แฝงเร้น

เวลา..ศัตรูที่แฝงเร้น


      มีสุภาษิตฝรั่งว่า “ Time and tide wait for no man”   ผมรู้จักคำพูดประโยคนี้ก็เมื่อฟังเพลงโฆษณาของนาฬิกายี่ห้อหนึ่งเมื่อสมัยเป็นเด็กว่า “  สายน้ำไม่คอยท่า  วันเวลาไม่คอยใคร  แต่ก็มีคนแปลได้ไพเราะมากขึ้นอีกว่า กาลเวลาและวารีมีแต่หนีหายไป”   อ่านแล้ว เกิดภาพในใจ  ความคิดเห็น  และความรู้สึกกับข้อความนี้อย่างไรบ้างครับ 
     คำสอนนี้ตั้งใจจะให้คนเราไม่ประมาท ไม่นิ่งนอนใจ  ควรเร่งเรียนรู้ศึกษา  เร่งทำงาน  สร้างผลงาน  โดยไม่ปล่อยเวลาให้เนิ่นนานไปเหมือนกับสำนวนที่ว่า อย่าผลัดวันประกันพรุ่ง”  ใช่ไหมครับ  แต่ในอีกแง่หนึ่ง ก็มีอีกหลายท่านที่ยึดคำสอนนี้อย่างเคร่งครัด จริงจังจนเกินไป  กลายเป็นนิสัยรีบเร่งที่ไม่ว่าจะทำอะไรก็ต้องเร่งรีบ


        มนุษย์สมัยโบราณคงสังเกตเห็นโลกนี้ประเดี๋ยวก็มืด ประเดี๋ยวก็สว่าง  พระอาทิตย์ลอยข้ามศีรษะไปตกอีกฟากหนึ่งครั้งแล้วครั้งเล่า  จึงได้คิดประดิษย์เวลาโดยแบ่งช่วงเวลาที่ดวงอาทิตย์อยู่บนท้องฟ้าออกเป็นช่วงเท่าๆกัน และใช้เงาของแสงอาทิตย์ซึ่งตกลงในจานหมุนเรียกว่านาฬิกาแดดใช้บอกเวลา  ต่อมาจึงมีนาฬิกาแบบตุ้มแกว่งไปมา จนถึงนาฬิกาควอทซ์ในปัจจุบัน    เราสร้างเวลาให้ไว้เป็นเครื่องมือในการดำรงชีวิต เพื่อให้กิจกรรมทั้งหลายที่คนเราต้องทำร่วมกันนั้นเกิดความสอดคล้องกลมกลืน  แต่ในอีกด้านหนึ่ง เวลานั่นเองที่เป็นศัตรูของจิตใจ สร้างความกดดัน ความเร่งรีบให้ทันเวลา เกิดความเครียดและนำไปสู่ปัญหาสุขภาพความเจ็บป่วยอื่นๆอีกมากมาย
      ลักษณะบุคลิกภาพแบบหนึ่งซึ่ง แพทย์โรคหัวใจสองท่านคือ  ดร.เมเยอร์ ฟรีตแมน( Meyer Friedman) และดร.เรย์ เอช โรเซนแมน(Ray H. Rosenman) เรียกว่า บุคลิภาพชนิดเอ (Type A personality) คือผู้ซึ่งจริงจังในเรื่องเวลา ด้วยการเร่งรีบไปกับทุกเรื่อง  ไม่อดทนรอคอย  ทำอะไรก็ต้องแข่งกับเวลา และชอบแข่งกับคนอื่น มีความทะเยอทะยานสูง จะต้องเอาให้ได้ในสิ่งที่ตนเองหวังไว้  หากไม่ได้ก็จะรู้สึกโกรธหัวเสียง่าย ซึ่งมีข้อมูลการวิจัยว่าผู้มีบุคลิกาพแบบนี้ จะมีความเสี่ยงในการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจเพิ่มขึ้นกว่าคนทั่วไปถึงสองเท่า!! 
              ถึงตรงนี้ หลายท่านคงร้องอ๋อ ว่าใช่เลย..  คนใกล้ชิดหลายคนรอบๆตัวหรือตัวท่านเองก็อาจมีบุคลิกภาพแบบนี้  ศาสตราจารย์ชาวต่างประเทศท่านหนึ่งที่ผมรู้จัก  บอกว่าท่านเป็นคนบุคลิกภาพชนิดเอตัวจริง  อาจจะเรียกว่าบุคลิกภาพชนิดเอตัวพ่อก็ได้  ท่านสังเกตว่าเวลาเดินไปธุระกับเพื่อนๆ  เพื่อนของท่านมักจะเดินตามไม่ทัน  ท่านจะก้าวอย่างรวดเร็วราวกับว่าบางสิ่งบางอย่างกำลังจะวิ่งหนีหายไป  การเดินเร่งเร็วอย่างนี้กลายเป็นนิสัยและแทบไม่รู้ตัวเลย รวมไปถึงการรับประทานอาหารอย่างเร่งรีบ และยังทานไปด้วยอ่านตำราไปด้วย   แม้ในขณะที่กำลังเดินไปเข้าประชุมตอนบ่ายสองนั้น  ใจก็คิดไปล่วงหน้าแล้วว่ายังมีนัดหมายอีกช่วงตอนบ่ายสี่  หลังจากนั้นจะต้องรีบเขียนบทความที่ค้างไว้ให้เสร็จ    และเร่งตอบอีเมล์เพื่อนจากต่างสถาบันที่ขอให้ช่วยตรวจทานตำราให้  ซึ่งท่านเองก็ต้องรีบยื่นข้อเสนอขอทุนวิจัยระดับประเทศให้ทันก่อนกำหนดเส้นตายวันศุกร์นี้  
          นิสัยเร่งรีบเช่นนี้ไม่ใช่มีเฉพาะกับคนทำงานที่มีความรับผิดชอบมากเท่านั้นนะครับ  หลายคนที่แม้จะไม่ได้ทำงานแล้วก็ตาม  ความเป็นบุคลิกภาพชนิดเอ ก็ยังออกอาการอยู่  ทำให้เกิดความกดดันในชีวิตของคนนั้นโดยไม่รู้ตัว อย่างเช่น คุณป้าท่านหนึ่งซึ่งเกษียณมาหลายปี  แต่ยังมีปัญหาเครียดนอนไม่หลับ  แม้ว่าท่านจะบอกว่าท่านไม่มีเรื่องเครียดอะไรแล้วก็ตาม  เมื่อได้พูดคุยถึงชีวิตประจำวัน ทำให้ทราบว่าในแต่ละวันนั้นท่านต้องรีบตื่นแต่เช้าตีสี่ เพื่อไปตลาดสด เพราะจะได้ไปซื้อผัก ปลา ผลไม้ที่สดใหม่และผู้คนไม่พลุกพล่าน หลังจากนั้นก็จะรีบกลับมาทำอาหารและรีบทานอาหารเช้าให้เสร็จ จะได้ไปรดน้ำต้นไม้  ดูแลสวนแล้วกลับมานอนพักผ่อนสักงีบ   ซึ่งจะต้องตื่นก่อน 11 โมง เพื่อดูรายการข่าวช่วงเที่ยงวันของทีวีช่องประจำ  หลังจากทานอาหารกลางวันแล้ว  ก็จะต้องรีบทำธุระเก็บกวาดบ้านให้สะอาดที่สุด ชนิดที่จะต้องไม่มีฝุ่นใดใดจับไม่ว่าจะเป็นที่ราวบันได เก้าอี้ชุดรับแขกที่จะต้องสะอาดและจัดวางให้เป็นระเบียบ ต่อมาก็จะต้องเตรียมอาหารเย็นและต้องทานให้เสร็จก่อนหกโมงเย็น เพื่อที่ว่าจะได้ดูละครหลังข่าวและต้องรีบเข้านอนตอนสองทุ่มเพื่อที่จะได้รีบตื่นตอนตีสี่ ในเช้าวันถัดไป!!
         นอกจากนี้ยังเห็นวิถีชีวิตที่เร่งรีบของผู้คน  ไม่ว่าจะเป็นการขับรถบนท้องถนนของเมืองใหญ่   การรีบไปจองซื้อตั๋วหนังในโรงภาพยนต์  การวิ่งกรูกันผ่านประตูรถไฟฟ้าบีทีเอส  การรับประทานอาหารบุฟเฟ่ต์ในร้านที่มีการจับเวลา  คือห้ามทานนานเกินเวลาที่กำหนด  ดูเหมือนว่าเวลาช่างมีอิทธิพลเหนือชีวิตของคนทุกวันนี้  เวลาและความเร่งรีบถือได้ว่าเป็นสิ่งที่แฝงเร้นทำลายชีวิตเราแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวเลยนะครับ
          มาหยุดพักความเร่งรีบกันสักวันในหนึ่งสัปดาห์ดีไหมครับ  เพื่อทำให้จังหวะชีวิตช้าลง  เราจะได้สัมผัสและเฝ้าดูประสบการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นรอบตัวอย่างแท้จริง คือ ได้ทานอาหารจริงๆ  ได้เดินจริงๆ  ได้นั่งพักสบายจริงๆ  ด้วยการทำให้วันนั้นเป็นวันแห่งสติ คือมีสติอยู่กับตัวเอง  อาจจะเริ่มด้วยการตื่นนอนตอนเช้า โดยไม่ต้องใส่นาฬิกา ไม่ต้องพะวงกับเวลา เดินเล่นออกกำลังกายเบาๆในละแวกบ้าน  ทำอาหารและทานอย่างไม่เร่งรีบกับสมาชิกในครอบครัว   หลังมื้ออาหารก็ล้างจานอย่างมีสติ  ทำความสะอาดเก็บกวาดบ้านให้แลดูสะอาดตา  หากมีธุระเดินทางออกจากบ้านก็ไปอย่างช้าๆ ไม่ต้องเร่งรถแซงขึ้นหน้าใคร  ยืนเข้าคิวซื้อของด้วยใจสงบแม้คิวจะยาวสักหน่อยก็ไม่เป็นไร  เพราะทุกขณะที่ท่านดำรงชีวิตอย่างมีสติ นั้นเป็นชั่วขณะของชีวิตที่แท้  เป็นความงาม ความเบิกบาน  ความสุข ความพึงพอใจที่สมบูรณ์อยู่ในตัวแล้วนั่นเอง
         จะพบว่าวันนั้นทั้งวันจะเป็นวันที่ชีวิตได้พบกับความสุขสงบที่ปราณีตยิ่งกว่าความสำเร็จอื่นๆที่ต้องวิ่งไปไขว่คว้าหามา  และเวลาก็จะไม่สามารถมีอิทธิพลเหนือต่อชีวิตท่านเมื่อได้ดำรงความมีสติไว้  จนสามารถบอกต่อตนเองได้ว่า กาลเวลาและวารีแม้จะหนีหายไปก็ช่าง เพราะตอนนี้ฉันได้ชีวิตทั้งชีวิตกลับคืนมาแล้ว นั่นเอง
  

“ Time is the psychological enemy of man.”
เวลา คือ ศัตรูทางใจของมนุษย์

                                        ชิฑฑู กฤษณมูรติ (พ.ศ.2438 -2529)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น