วันพฤหัสบดีที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ชีวิต..ที่รัก

ชีวิตที่รัก

มีเหตุการณ์เรื่องหนึ่งที่ผ่านไปเนิ่นนานพอสมควร  ไม่ทราบว่ายังพอจำกันได้หรือไม่ครับ
วันนั้นซึ่งอาจจะผ่านมากว่า 30ปี 40ปี 50ปี หรือนานกว่านั้น  ขณะที่ทุกท่านกำลังนอนหลับอย่างสบายในสถานที่อบอุ่นและอ่อนนุ่ม  แต่แล้วทันใดนั้นเอง จู่ๆก็มีแรงกดดันมหาศาลมาจากรอบตัว  โดยเฉพาะแรงกดมากมายพุ่งตรงมาที่ศีรษะ   ตอนแรกดูเหมือนว่าแรงกดจะมาเป็นช่วงห่างๆ  แต่พอนานเข้ากลับกดถี่และรุนแรงยิ่งขึ้น  จนร่างกายทั้งร่างถูกบีบให้ลอดผ่านช่องทางแคบ  มีสภาพที่บีบรัดอึดอัดไปหมดทั้งตัว  พร้อมกับเกิดความรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวไปทั้งร่างกาย  ประหนึ่งว่ากระดูกทุกส่วนจะแยกออกจากกัน  เป็นความปวดร้าวลึกที่สุด  กระทั่งอยากจะตายไปเสียในตอนนั้นเลยทีเดียว ต่อมาต้องพบว่าร่างกายทั้งร่างรู้สึกแสบร้อนเหมือนโดนไฟเผาไปทั่วทั้งตัว  ผนวกกับความรู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออก   พยายามดิ้นรนใช้แขนทั้งสองไขว่คว้าไปรอบๆและร้องขอชีวิต  ความอึดอัดหายใจไม่ออกมากขึ้นจนท่านต้องสำลักและไอออกมาอย่างรุนแรง !!


คงพอระลึกถึงเหตุการณ์ที่น่าตื่นตระหนกในวันนั้นได้แล้ว  แต่หากยังนึกไม่ออก  ขอเรียนว่านี่คือประสบการณ์แรกเกิดที่เราท่านต่างเคยประสบกันมาแล้วทั้งสิ้น  และความทรงจำเหล่านี้ยังถูกเก็บฝังลึกในจิตใต้สำนึกของเราทุกคน   ไม่ได้ลืมหายไปไหนเลย  เราล้วนเคยผ่านเหตุการณ์ความเป็นความตายเช่นนี้มาด้วยกันทั้งสิ้น  ไม่ได้เลือกว่าคนนั้นจะยากดีมีจน  ทำให้กล่าวได้อย่างเต็มปากว่า เราต่างเป็นเพื่อนร่วมทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น อย่างแท้จริง
ชีวิตเด็กทารกน้อยนั้นเปราะบางมาก  ต้องอิงอาศัยผู้เลี้ยงดูตลอดเวลา  ด้วยสัญชาติญาณการเอาชีวิตรอด  เราเริ่มเกิดความกลัวคนอื่นที่แปลกหน้า  กลัวการพลัดพรากจากแม่ กลัวถูกทอดทิ้งและกลัวอื่นๆอีกสารพัดอย่าง  ซึ่งความกลัวทั้งหมดที่เกิดขึ้นในชีวิต  ล้วนมีรากเหง้ามาจากความกลัวที่จะสูญสิ้นตัวตน  เป็นความรักตัวกลัวตาย  และมีความหวงแหนชีวิตของตนด้วยกันทุกคน  
น.ส.แดง(นามสมมติ) เป็นผู้ป่วยโรคเอดส์  ได้พยายามวิ่งตัดหน้ารถให้รถชนมาแล้ว 3 ครั้ง  เพื่อจะจบชีวิตที่แสนทุกข์ทรมานและรู้สึกว่าไม่มีใครต้องการเธอ  ครั้งล่าสุดเธอถูกรถกระบะชน  แต่เคราะห์ยังดีที่ไม่มีกระดูกหัก  มีเพียงรอยถลอกเลือดออกตามร่างกายหลายแห่ง  เธอยังรู้สึกตัวดี  ร้องไห้ฟูมฟายพร้อมกับร้องขอให้แพทย์เอายามาฉีดเธอให้ตาย  ซึ่งเธอพร้อมจะเขียนหนังสือรับรองให้แพทย์ไม่ต้องมีความผิดที่ทำเช่นนั้น  เธอจึงได้ถูกส่งมาพบผม  ซึ่งเป็นแพทย์เวรจิตเวชในวันนั้น
ผมบอกกับเธอว่า  “หมอทำเช่นนั้นให้ไม่ได้หรอก  หมออยากช่วยคุณให้พ้นจากความทุกข์แต่ไม่ใช่การฉีดยาให้ตาย  และหมอเชื่อมั่นว่าชีวิตมีค่า  คุณเองก็ยังต้องการมีชีวิตอยู่  เพราะเราทุกคนล้วนมีความรักชีวิตด้วยกันทั้งนั้น ”  แต่ น.ส.แดง กลับยืนกรานแน่วแน่ว่าเธอต้องการให้ผมฉีดยาให้เธอจบชีวิตโดยเร็ว  ผมจึงได้รับเธอไว้ในโรงพยาบาลศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น  มีคุณพยาบาลประจำหอผู้ป่วยจิตเวชช่วยดูแล  ตลอดเวลาที่อยู่ในโรงพยาบาลนั้น  เธอไม่มีญาติมาเยี่ยมเลย  ผมจะไปเยี่ยมไข้ทุกวันอย่างสม่ำเสมอ  แต่ทุกครั้งเมื่อเธอพบผม  ก็จะต้องเฝ้าถามว่าได้เตรียมยามาฉีดให้เธอตายหรือยัง  ซึ่งผมก็จะยิ้มทักทายและพูดคุยซักถามเรื่องราวปูมหลังในชีวิตของเธอ  ให้ความใส่ใจในอารมณ์ความรู้สึกที่เกิดขึ้นว่า กดดันจิตใจเธอเช่นไร  ทำไมเธอจึงเลือกที่จะทำแบบนี้  เธอมีความหวังใดในชีวิต  และอะไรคือกำลังใจที่จะทำให้เธอมีชีวิตอยู่ต่อไป
ผมสังเกตว่า น.ส.แดง  เป็นผู้ป่วยที่แตกต่างจากคนอื่นตรงที่  เธอจะเก็บของใช้ส่วนตัวทั้งหมด  คือเสื้อผ้า  แปรง  หวี  รองเท้า  ไว้ในห่อผ้าเก่า  ไม่เอาออกมาวางไว้ที่โต๊ะข้างเหมือนคนไข้ทั่วไป   ราวกับว่าเธอพร้อมที่จะเดินทางออกจากโรงพยาบาลได้ทุกเมื่อทำนองนั้น  ผมจึงได้ถามถึงเหตุผลและทราบจากปากเธอเองว่า  ที่เก็บของใช้ทั้งหมดไว้ในห่อผ้า เพราะเคยได้ยินมาว่า “ คนไข้โรคเอดส์ที่มาโรงพยาบาล  ถ้าไม่มีญาติ  ทางโรงพยาบาลจะให้คนมาอุ้มไปทิ้งในป่า!! “  
ผมบอกกับเธอว่า “ชีวิตทุกชีวิตล้วนมีค่า กว่าจะมีชีวิตเกิดรอดและเติบโตมาได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย   ควรถนอมหวงแหนไว้ให้ดี  ไม่สำคัญว่าเราจะอยู่ได้นานอีกเท่าไร  แต่สำคัญอยู่ที่ว่าวันนี้เราได้ดูแลกายใจนี้ดีแล้วหรือยัง  ใช้เวลาทุกวันให้มีคุณค่ากับตัวเองและผู้อื่น ให้สมกับที่ได้เกิดมา และหากวันสุดท้ายมาถึงเมื่อไร  ก็จะได้จากโลกนี้ไปอย่างภาคภูมิใจ”  ถึงตอนนี้แดงยิ้มออกมาได้ แววตาของเธอดูแจ่มใสเหมือนว่าเธอพบคำตอบบางอย่างให้กับตนเอง  หลังจากออกจากโรงพยาบาลไปแล้ว  เธอได้ไปพักในสถานที่ดูแลผู้ป่วยเอดส์ขั้นสุดท้าย  ได้ทำหน้าที่ดูแลผู้ป่วย  เช็ดเนื้อเช็ดตัวให้กับคนที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้  และยังได้พบรักครั้งใหม่กับผู้ป่วยเอดส์ด้วยกัน เธอเล่าให้ผมฟังอย่างภาคภูมิใจด้วยว่า  เธอได้ช่วยเก็บศพของเพื่อนๆหลายคนที่ต้องจากไปก่อน  และหลังจากนั้นผมก็ไม่ได้พบแดงอีกเลย  แต่เชื่อว่าเธอได้พบความสุขในช่วงสุดท้ายของชีวิตและจากโลกนี้ไปด้วยความภาคภูมิใจ แล้ว 

  อยากฝากเรื่องของแดงไว้ให้ได้พินิจพิจารณา ว่าเราทุกคนเกิดมาล้วนมีความรักชีวิต  รักที่จะดูแลปกป้องชีวิตตนเอง  ถ้าไม่ถูกความกดดันรุนแรงคงไม่มีใครคิดอยากจะทำร้ายตนเองหรือฆ่าตัวตาย   เพราะกว่าที่จะมีชีวิตรอดเกิดขึ้นมาได้  เราต่างได้ผ่านความเป็นความตายมาแล้วทั้งนั้น  วันข้างหน้าหากจะพบกับความตายอีกสักครั้งก็ไม่เห็นจะน่ากลัวสักเท่าไร  สิ่งสำคัญจึงอยู่ที่ว่าในขณะนี้ที่ยังมีชีวิตอยู่นี้ เราได้ใช้ชีวิตสมค่ากับที่ได้เกิดมาหรือยัง และเมื่อวาระสุดท้ายมาถึง  จะได้จากโลกนี้ไปอย่างสมภาคภูมิครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น