วันอาทิตย์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2555

บทสรุปของมหามุทรา โดยท่านนาโรปะ

บทสรุปของ “มหามุทรา” โดยท่านนาโรปะ
The Summary of Mahamudra by Naropa
Sanskrit: Mahamudra Padametha
Tibetan: phyag rgya chen po tshig bsdus pa (Chagya Chenpo Tsig Dupa)
Translated from English by: 
รศ.นพ.ธวัชชัย-ผ่องพรรณ  กฤษณะประกรกิจ  
ศูนย์อนัมคาราเพื่อปัญญาเมตตาและสันติสุข , 2557. 

ขออุทิศการเผยแพร่คำสอนนี้ บูชาพระคุณครู 
“ ศาตราจารย์เกียรติคุณนายแพทย์สมพร บุษราทิจ ” 

ครูผู้ยิ่งใหญ่ของวงการจิตเวชศาสตร์ไทย 
และครูผู้ประเสริฐสุดในใจศิษย์ตลอดไป 

( มหามุทรา คือสภาวะธรรมขั้นสูงสุดในพุทธศาสนา นิกายวัชรยาน เช่นเดียวกับสุญญตา ในมหายาน : ผู้แปล)


** ขอน้อมเคารพต่อภาวะปีติสุขอันยิ่งใหญ่
Homage to the great state of bliss!
ประการที่หนึ่ง, กล่าวถึงธรรมชาติแห่งมหามุทราของการรับรู้
First, stating the nature of the Mahamudra of perception:
พิจารณาถึงสิ่งที่เรียกว่า “ มหามุทรา ”
ทุกสิ่งคือจิตของเธอเอง  การเห็นว่าวัตถุใดอยู่ภายนอกนั้น เป็นความเข้าใจผิด ; ดังเช่นความฝัน ทั้งหมดนั้นว่างจากความเป็นตัวตน
Concerning what is called Mahamudra:
All things are your own mind. Seeing objects as external is a mistaken concept; Like a dream, they are empty of concreteness.

ประการที่สอง,  กล่าวถึงธรรมชาติแห่งมหามุทราของการตะหนักรู้
จิตใจนี้เช่นกัน เป็นเพียงการเคลื่อนไหวของความใส่ใจ
ซึ่งไม่มี ธรรมชาติของตัวตน, เป็นดั่งกระแสลมที่โบกพัดมา  ว่างจากความเป็นตัวเป็นตน  ดังเช่นอวกาศ   ทุกสิ่งที่เป็นอวกาศ จึงล้วนเท่าเทียมกัน
Second, stating the nature of the Mahamudra of awareness:
This mind, as well, is a mere movement of attention That has no self-nature, being merely like a gust of wind. Empty of identity, like space, All things, like space, are equal.

ประการที่สาม , กล่าวถึงธรรมชาติแห่งมหามุทราของการรวมกัน
เมื่อพูดถึง “มหามุทรา ” มันไม่ใช่ตัวตนที่สามารถนำมาแสดงให้เห็นได้  เพราะเป็น “ ความเป็นเช่นนั้น ” ของจิตเอง  เป็นตัวเองของภาวะแห่ง มหามุทรา
Third, stating the nature of the Mahamudra of union:
When speaking of ‘Mahamudra,' It is not an identity that can be shown. Therefore the mind's suchness Is itself the state of Mahamudra.
ดังนั้น ท่าน (ทิโลปะ) จึงได้สอนมหามุทราของการมอง ผ่านสามขั้นตอนคือ การรับรู้  การตระหนักรู้ และการรวมกัน  และต่อไปคือ จุดสำคัญ 3 ประการของการทำสมาธิมหามุทรา  
ประการแรก กล่าวถึงมหามุทราของภาวะพื้นฐาน
Thus he taught the Mahamudra of the view through the threefold perception, awareness and union. Next, among the three points on the Mahamudra of meditation, first stating the nature of the Mahamudra of the basic state:

มันไม่ใช่สิ่งที่จะถูกแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลง, แต่เมื่อผู้ใดเห็นและเข้าใจธรรมชาติของมัน  ทุกสิ่งที่ปรากฏและดำรงอยู่คือ มหามุทรา  คือธรรมกายยิ่งใหญ่และโอบล้อมทุกสิ่งไว้
It is neither something to be corrected nor transformed, But when anyone sees and realizes its nature  All that appears and exists is Mahamudra,  The great and all-encompassing dharmakaya.

ประการที่สอง, กล่าวถึงธรรมชาติแห่งมหามุทราของการรู้แจ้ง
จงดำรงความเป็นธรรมชาติและปราศจากการกำหนดอุบายใดๆ, เป็นความเรียบง่าย, เป็นธรรมกายที่ไม่ต้องจินตภาพขึ้น, ปล่อยให้เป็นไปโดยปราศจากการแสวงหา  นี้จึงเป็นการเจริญสมาธิแท้ ( มหามุทรา)  แต่การทำสมาธิด้วยการพยายามแสวงหานั้นเป็นเพียงจิตที่หลงผิดอยู่
Second, stating the nature of the Mahamudra of realization:
Naturally and without contriving, allowed to simply be, This unimagined dharmakaya,
Letting it be without seeking is the meditation training, But to meditate while seeking is deluded mind.

ประการที่สาม, กล่าวถึงธรรมชาติแห่งมหามุทราที่ไม่อาจแบ่งแยก
ดังเช่นอวกาศ, เป็นปรากฏการณ์อันน่ามหัศจรรย์, โดยไม่ต้องฝึกฝน ทั้งไม่ต้องไม่ฝึกฝน  ตัวเธอเองจะแบ่งแยกหรือไม่แบ่งแยก (จากความจริงนี้) ได้อย่างไรเล่า  นี้จึงเป็นความเข้าใจแท้ของโยคี
Third, stating the nature of the Mahamudra of indivisibility:
Just as with space, just as with a magical display, While neither cultivating nor not cultivating How can you be separate or not separate! This is a yogi's understanding.

และยิ่งไปกว่านั้น, สามประการเกี่ยวกับมหามุทราของการกระทำ  
ประการที่หนึ่ง  กล่าวถึงธรรมชาติแห่งมหามุทราของการหลุดพ้นด้วยตนเอง
ไม่ว่าการกระทำดี หรือร้ายใดๆ ล้วนมลายหายไป เพียงรู้ถึงธรรมชาตินี้
อารมณ์คือปัญญาญาณที่ยิ่งใหญ่ เหมือนดังเช่นที่ไฟป่า  เป็นผู้ช่วยให้กับเหล่าโยคี ( ทำให้ป่าโล่งเตียน)
Once more, for the three points about the Mahamudra of conduct, first, stating the nature of the Mahamudra of self- liberation:
All the good deeds of harmful actions Dissolve by simply knowing this nature.
The emotions are the great wisdom;
Like a jungle fire, they are the yogi's helpers.

ประการที่สอง  กล่าวถึงธรรมชาติแห่งมหามุทราของรสชาติที่เท่าเทียม
จะมีการอยู่หรือไปได้อย่างไร ? สมาธิจะอยู่ที่นั่นด้วยการหลีกเร้นเก็บตัวหรือ? หากไม่เข้าใจสิ่งนี้แล้ว  วิธีการทั้งหลายจะไม่ช่วยให้ได้มากกว่าความหลุดพ้นเพียงชั่วคราว
Second, stating the nature of the Mahamudra of equal taste:
How can there be staying or going? What meditation is there by fleeing to a hermitage? Without understanding this, all possible means Never bring more than temporary liberation.

ประการที่สาม  กล่าวถึงธรรมชาติแห่งมหามุทราที่ไม่อาจแบ่งแยก
เมื่อเข้าใจธรรมชาตินี้แล้ว  จะเหลืออะไรที่ผูกยึดเธอได้อีก?  ขณะที่ดำรงอยู่อย่างไม่วอกแวกจากความต่อเนื่อง ( มหามุทรา) นั้น
จึงไม่มีภาวะที่ถูกสร้างหรือภาวะซึ่งไม่ถูกสร้าง  ที่จะต้องฝึกฝนหรือแก้ไขด้วยวิธีการใดๆล้วนไม่มี
Third, stating the nature of the Mahamudra of indivisibility:
When understanding this nature, what is there to bind you? While being undistracted from its continuity,
There is neither a composed nor an uncomposed state
To be cultivated or corrected with a remedy.


อีกประการ  ต่อผลสำเร็จของมหามุทรา 3 ประการ 
ประการแรก  กล่าวถึงธรรมชาติแห่งมหามุทราของการปรากฏและดำรงอยู่
มันไม่ได้ถูกสร้างขึ้นจากอะไร  ประสบการณ์หลุดพ้นด้วยตนเองนั้นคือธรรมธาตุ ( ไม่ได้มีใครสร้างขึ้น)  การหลุดพ้นจากห้วงความนึกคิดของตนเองได้คือปัญญาญาณยิ่งใหญ่  ความเท่าเทียมซึ่งไร้ทวิภาวะ คือ ธรรมกาย
Once more, for the three points about the Mahamudra of fruition, first, stating the nature of the Mahamudra of what appears and exists:
It is not made out of anything. Experience self-liberated is dharmadhatu. Thinking self-liberated is great wisdom. Nondual equality is dharmakaya.

ประการที่สอง  กล่าวถึงธรรมชาติแห่งมหามุทราของสังสารวัฏฏ์และนิพพาน 
ดังเช่นกระแสน้ำที่ไหลอย่างต่อเนื่องของแม่น้ำใหญ่  , ไม่ว่าสิ่งใดที่กระทำลงไปล้วนมีความหมาย  เป็นการตื่นขึ้นอันเป็นนิรันดร์  ความปีติที่ยิ่งใหญ่  จึงไม่มีเหลือที่สำหรับสังสารวัฏฏ์อีกต่อไป
Second, stating the nature of the Mahamudra of samsara and nirvana:
Like the continuous flow of a great river, Whatever you do is meaningful. This is the eternal awakened state, The great bliss, leaving no place for samsara.

ประการที่สาม , กล่าวถึงธรรมชาติแห่งมหามุทราของความสมบูรณ์สูงสุด
ทุกสิ่งล้วนว่าง  ปราศจากความเป็นสิ่งใด ( ไม่มีความเป็นตัวตน)
แม้ความคิดถึงความว่างนั้น ก็ยังหลอมละลายลงเป็นความว่างด้วย  อิสระจากข้อสรุป  จิตใจไม่ยึดถือสิ่งใด  เป็นหนทางของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย
Third, stating the nature of Mahamudra of ultimate perfection:
All things are empty of their own identities.
The concept fixed on emptiness has dissolved in itself. Free of concept, holding nothing in mind; Is in itself the path of all buddhas.


จึงสรุปได้ว่า. ด้วยการสอนและคำอุทิศ แก่ผู้ที่มีโอกาสล้ำค่าที่สุดนี้   ฉันได้มอบคำสอนแบบย่อที่เป็นคำแนะนำจากหัวใจที่เต็มเปี่ยม  ด้วยความรู้นี้  ขอให้สรรพชีวิตทั้งหมดได้ดำรงอยู่ใน “มหามุทรา ”
To conclude, instructing and stating the dedication:
For the most fortunate ones, I have made these concise words of heartfelt advice. Through this, may every single sentient being Be established in Mahamudra.

คำสอนนี้ได้ถ่ายทอดด้วยวาจา โดยท่านนาโรปะ ถึงศิษย์คือท่านมาร์ปะ โชคยี โลโดร ที่ปุลลาฮารี 

This was given orally by the great pandita Naropa, to Marpa Chokyi Lodro at Pullahari.


Translated by Erik Pema Kunsang. Published in Songs of Naropa: Commentaries on Songs of Realization, by Thrangu Rinpoche (Rangjung Yeshe Publications, 1997). 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น