วันพฤหัสบดีที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ทำใจ..อาลัยรัก



แม้จะรู้ว่าความตายเป็นเรื่องธรรมดาของทุกชีวิตบนโลก  แต่ฉันก็ยังทำใจไม่ได้จริงๆ ที่เขามาด่วนจากไปรวดเร็วเช่นนี้

     ผมเชื่อว่าท่านผู้อ่านคงเคยมีความรู้สึกทำนองนี้กันมาบ้าง  หากมีบุคคลที่ท่านรักต้องจากไป  แล้วท่านได้ทำใจกันอย่างไรบ้างครับ  เพื่อที่จะให้ความรู้สีกโศกอาลัยที่ต้องสูญเสียคนรักไปนั้น สามารถคลี่คลายไปจากใจได้ เพื่อที่ท่านจะสามารถนำพาชีวิตให้ก้าวต่อไป
     สำหรับงานในหน้าที่จิตแพทย์  ผมได้มีโอกาสเรียนรู้และเข้าใจความรู้สึก  ตลอดจนช่วยให้ผู้มารับคำปรึกษาได้ปรับใจกับความสูญเสียมานับครั้งไม่ถ้วน   พบว่าวิธีการที่คนเราพยายามทำใจกับการสูญเสียนั้น  หลายๆครั้งกลับเป็นวิธีการที่ทำให้ความโศกเศร้านั้นเนิ่นนานออกไป  หรือเปลี่ยนรูปแบบไปเป็นปัญหาทางสุขภาพอย่างอื่น  แล้วเรื่องราวเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร?  



     สุภาพสตรีท่านหนึ่งซึ่งมีปัญหานอนไม่หลับและปวดศีรษะ ได้มาเข้ารับการรักษาที่คลินิกจิตเวช เมื่อได้ซักถามเพิ่มเติมจึงทราบว่า เธอมีอารมณ์โศกเศร้าต่อเนื่องมาหลายเดือนจากการสูญเสียคุณแม่ไป

  หลังจากที่คุณแม่เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งลำไส้ จนตอนนี้ก็จะครบสามเดือนแล้ว  ฉันยังไม่สามารถทำใจได้เลย  เพราะแม่คือทั้งหมดในชีวิตของฉัน  พ่อไม่เคยรักฉันและจากเราไป ทิ้งให้ฉันอยู่กับแม่ตามลำพัง  จะกินจะนอน จะสุข จะทุกข์ ก็เห็นมีแต่แม่เท่านั้น  ถึงตอนนี้เวลานึกถึงแม่ทีไร  ฉันยังต้องสะอื้นร่ำไห้เสียทุกที

               เพื่อที่จะเข้าใจถึงสภาพจิตใจของผู้ป่วยรายนี้มากขึ้นและวิธีการที่เธอรับมือกับความโศกเศร้าในช่วงเวลาที่ผ่านมา   ผมจึงถามเธอว่า   แล้วที่ผ่านมาคุณพยายามทำใจอย่างไรกับความสูญเสียนี้
เธอตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ  มีน้ำตาไหลอาบแก้มทั้งสองข้างว่า    ทุกคนที่รู้จักรวมทั้งญาติๆ  ต่างบอกให้ฉันทำใจ อย่าไปเศร้าอีก  ความตายเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ว่าใครก็ต้องตาย  เศร้าไปก็ไม่มีประโยชน์  มีแต่จะทำให้วิญญาณแม่ที่จากไปเป็นห่วงกังวลเปล่าๆ  ฉันควรจะหยุดเศร้าได้แล้ว  แต่ฉันทำใจอย่างนั้นไม่ได้จริงๆ

               เธอยังเล่าต่อพร้อมน้ำตาว่า  คุณหมอรู้ไหม  ตั้งแต่คุณแม่เสียชีวิตไป  ฉันไม่กล้ามองดูรูปภาพท่านอีกเลย  ฉันต้องถอดออกและเอาไปเก็บซ่อนไว้ในกล่องที่ห้องเก็บของ  ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่ายที่แม่อุ้มฉันเล่นที่สวนน้ำ  ภาพเราแม่ลูกที่ไปเที่ยวเชียงใหม่ด้วยกัน  รูปถ่ายวันรับปริญญาเป็นภาพแม่สวมกอดและหอมแก้มฉัน  รวมทั้งพวกเสื้อผ้าข้าวของใช้ของท่านฉันเก็บใส่ห่อหมดเลย  ฉันรู้สึกกลัวที่จะเห็น  มันทรมานใจมากนะหมอ ช่วยให้คำแนะนำฉันที  ฉันเองก็ไม่อยากโศกเศร้าอยู่อย่างนี้เลย  เหมือนฉันเป็นคนอ่อนแอมากใช่ไหมค่ะ

     จะให้คำแนะนำกับสุภาพสตรีท่านนี้อย่างไรดีครับ ?

    อารมณ์ไม่ใช่ปัญหา  การจัดการอารมณ์นั่นเองคือปัญหา   ดังนั้นจากเรื่องราวที่ได้เล่ามาจึงเห็นว่า ปัญหาของเธอในเวลานี้น่าจะอยู่ที่วิธีการรับมือหรือการทำใจกับความโศกเศร้าอาลัยต่างหาก 

     ขอเรียนว่า  ความโศกเศร้าอาลัย  เป็นอารมณ์ขั้นสูงในจิตใจของมนุษย์  การที่เรามีอารมณ์โศกเศร้าเป็นเครื่องยืนยันว่าเราได้เกิดมาพบกับรักแท้ที่มีความหมายกับชีวิตอย่างใหญ่หลวง  เป็นรักเมตตาที่ยิ่งใหญ่จากใจมนุษย์คนหนึ่งสู่ผู้เป็นที่รักของเขา  เป็นรักบริสุทธิ์ที่ธรรมชาติมอบให้มนุษย์เพื่อให้เกิดความผูกพัน เป็นพลังของการเกื้อกูลย์กันและกัน 

     ความโศกอาลัยจึงไม่ใช่ปัญหา ไม่ใช่ความผิดปกติ  ที่จะต้องไปบังคับด้วยการทำใจไม่ให้เศร้า  ให้หยุดเศร้าเดี๋ยวนี้  ทำราวกับว่าเป็นเสมือนสวิทช์ที่สามารถเปิดปิดได้ดังใจเรา  ซึ่งความโศกเศร้าหาได้เป็นเช่นนั้นไม่    เพราะหากเรายิ่งไปฝืนความรู้สึกนี้จนบางทีถึงขั้นเก็บกด  คือรู้สึกเศร้าแต่พยายามบังคับใจไม่ให้เศร้า ยิ่งทำให้จิตใจว้าวุ่นสับสน  จนเกิดอาการเครียดนอนไม่หลับและปวดศีรษะเช่นผู้ป่วยท่านนี้

    ผมจึงได้ให้คำแนะนำด้วยคำพูดที่ช้าๆและชัดๆว่า  ขอให้คุณเปลี่ยนวิธีทำใจเสียใหม่  ด้วยการ  ให้อนุญาต ต่อจิตใจคุณให้เศร้าได้อย่างเต็มที่เท่าที่อยากจะเศร้า  ร้องไห้ให้มากเท่าที่อยากจะร้อง  เพราะน้ำตาทุกหยดคือเครื่องยืนยันถึงความรักความผูกพันที่ยิ่งใหญ่ในใจคุณต่อคุณแม่ที่จากไป  ขอให้ร้องไห้ด้วยความภาคภูมิใจว่าความรักระหว่างคุณกับคุณแม่ของคุณนั้นจะเป็นนิรันดร์  และเมื่อถึงจุดที่ใจของคุณพร้อม คุณก็จะวางความโศกเศร้านี้ได้เอง 

     ความโศกเศร้าอาลัยจะช่วยให้คนเราได้ตระหนักถึงอานุภาพแห่งความรัก ไม่เฉพาะในใจเราเท่านั้น  แต่หมายรวมไปถึงทุกๆชีวิตที่เกิดมาบนโลกใบนี้ย่อมต้องมีพ่อแม่และบุคคลอันเป็นที่รักด้วยกันทั้งสิ้น  เราจะได้เข้าใจและเห็นอกเห็นใจความรู้สึกเช่นเดียวกันนี้ในมนุษย์คนอื่นๆ  เราจะได้รู้จักถนอมรักษาความรู้สึกดีดีต่อกัน  ไม่เบียดเบียนซึ่งกันและกัน  เพราะมองเห็นพลังความรักที่มีค่าต่อชีวิตผู้อื่นเฉกเช่นในชีวิตของเรานั่นเอง 

ยามใดที่โศกเศร้า ขอจงมองลึกลงไปในใจ
จะพบว่าสิ่งที่คุณกำลังเศร้าโศกรำพันให้นั้น
แท้จริงก็คือความปีติยินดีในชีวิตของคุณนั่นเอง
                                                                                            คาลิล ยิบราน


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น