วันพุธที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

แด่ความรู้สึกผิด



"To err is human, to forgive divine"  (Alexander Pope)

มนุษย์ทุกคนล้วนกระทำผิดพลาด  การให้อภัยเป็นความสูงส่ง


     เป็นเรื่องยากไม่น้อยเลย  ในการดูแลรักษาผู้ที่จมอยู่กับอดีตและความรู้สึกผิด  คำพูดที่มักจะได้ยินได้ฟังจากปากผู้ป่วยอารมณ์เศร้าเรื้อรังเสมอๆ  มักจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการกระทำบางอย่างในชีวิตที่ผ่านมา



            ดิฉัน  ไม่น่าจะทะเลาะกับคุณแม่ตอนที่ท่านเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายเลย  ตอนนั้นท่านไม่สบาย เรียกร้องเอาโน่นเอานี่ให้ได้ดั่งใจ  ดิฉันก็หงุดหงิดและตะคอกใส่คุณแม่หลายครั้ง  จนท่านน้อยใจและย้ายไปอยู่กับน้องชายจนเสียชีวิตที่นั่น  นับจากนั้น ดิฉันไม่มีโอกาสได้เห็นท่านอีก  ไม่มีโอกาสได้พูดว่า แม่จ๋า..ลูกเสียใจ.. ลูกอยากกราบขอโทษแม่

               คงเป็นเพราะความเหงาและความน้อยใจที่สามี ไม่ค่อยดูแล  จนฉันออกเที่ยวกับเพื่อน  ต่อมามีเพื่อนชายใหม่ที่เข้ามาใกล้ชิด  จนฉันหลวมตัวไปมีความสัมพันธ์ด้วย  ทุกวันนี้รู้สึกผิดและอายตัวเองมากค่ะ  เวลาลูกเรียกแม่  เหมือนกับมีดกรีดลงที่ใจ ดิฉันไม่คู่ควรจะเป็นแม่ที่ดีของลูก และดิฉันก็ไม่ซื่อสัตย์กับสามี มันทรมานใจมากทุกวันเวลา

ในองตังสกคัณฑวยูหสูตร  พระสมันตภัทรโพธิสัตว์ได้ทรงเล่าให้กับเหล่าพระโพธิสัตว์และพุทธบริษัททั้ง 4 ว่า อดีตกาลที่ล่วงมา ข้าพเจ้าได้กระทำอกุศลกรรมมากมายด้วยโลภ โกรธ และหลง อันมิอาจประมาณได้  หากผลแห่งอกุศลกรรมนั้นจักปรากฏจริงแล้ว   จักรวาลที่เต็มไปด้วยความว่างเปล่านี้ก็มิอาจรองรับอกุศลกรรมนั้นไว้ได้  และยังมีตัวอย่างชีวิตผู้คนอีกมากมาย ทั้งที่เคยทำ กำลังทำและจะทำบางสิ่งบางอย่างในชีวิตผิดพลาดไป   นำให้เกิดความรู้สึกผิดบาปวนเวียนในใจ  ฝังแน่นในใจ จนชีวิตปัจจุบันจมปลักกับความหมองเศร้า  และหลายๆคนนั้นก็มีปัญหาสุขภาพจิต  เจ็บป่วยทางจิต เพราะไม่รู้จะดูแลจัดการกับความรู้สึกผิดนี้อย่างไร   

            ความรู้สึกผิดเป็นอารมณ์ที่เกี่ยวเนื่องกับมโนธรรมในใจ  หากมีมากขึ้นก็จะเกิดเป็นความละอายใจ  จนอาจถึงขั้นรู้สึกรังเกียจตัวเองและทนตัวเองไม่ได้  ทำให้เราอาจคิดว่าความรู้สึกผิดเป็นปัญหาของจิตใจ  แต่แท้จริงแล้วความรู้สึกผิดเป็นอารมณ์ที่มีคุณค่า  มีประโยชน์ในการดำเนินชีวิตและช่วยให้เกิดการปรับปรุงแก้ไขตนเอง  แม้เราจะยอมรับว่ามนุษย์เกิดมาพร้อมกับความไม่รู้ที่นำให้เกิดการกระทำผิดพลาดได้  แต่เราก็ไม่ควรจะยอมจำนนอยู่เท่านั้น  เพราะมนุษย์มีความปรารถนาที่จะเติบโต (wish to grow)   เป็นคนที่ฉลาดขึ้น เป็นคนที่ดีขึ้นด้วย  ประเด็นสำคัญในเรื่องความรู้สึกผิดนี้จึงอยู่ที่ว่า  ทำอย่างไรเราจะช่วยให้คนที่กำลังรู้สึกผิด เกิดความสำนึกผิด  และเรียนรู้จากความผิดพลาดนั้น  เป็นจุดเริ่มต้นของการเติบโตขึ้น ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างเข้าใจชีวิตมากขึ้น  มีความเข้าใจ เห็นใจและอ่อนโยนกับเพื่อนมนุษย์ด้วยกันที่ยังผิดพลาดอยู่  สามารถให้อภัยได้ทั้งตนเองและผู้อื่น

            สำหรับท่านที่ยังจมปลักกับความรู้สึกผิดจนชีวิตหมองเศร้านั้น  ขอท่านตั้งสติให้ดี  แล้วเฝ้าดูความรู้สึกผิดที่วนเวียนครอบคลุมจิตใจอยู่นั้น  ความรู้สึกนั้นกดดันหรือบีบคั้นที่ส่วนใดส่วนหนึ่งในร่างกายท่าน  ความรู้สึกนั้นมีอยู่ตลอดเวลาหรือมาแล้วหายไป  ทีนี้เวลาความรู้สึกผิดกระทบจิตใจคราวใด ใจเป็นทุกข์ก็ให้รู้  เพียงรู้ทันแล้วไม่คิดต่อ  ไม่ต้องไปแต่งเติมความรู้สึกผิดให้มากขึ้นซ้ำเติมตนเองอีก  เปรียบเสมือนใบไม้ที่กลิ้งไปตามถนนหนทางตามแรงลม เมื่อหมดกระแสลมเมื่อใด ใบไม้เหล่านั้นก็หยุดลงตรงนั้น  เมื่อไม่ปล่อยใจคิดวนเวียน ความรู้สึกนั้นมันก็ดับไปเอง  จนตระหนักรู้ว่าความรู้สึกผิดหาใช่เป็นตัวตนของเราไม่  หากยังปล่อยให้ความรู้สึกผิดครองใจอยู่ก็เท่ากับว่าเรายังหมกมุ่นอยู่กับตัวเราเองเกินไป  ไม่ได้ช่วยให้ชีวิตที่เป็นอยู่ก้าวหน้าขึ้นได้  มองเห็นว่าความรู้สึกผิดเป็นสมบัติของโลก ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่งที่เราจะครอบครองไว้คนเดียว      ความรู้สึกผิดทำให้ใจเป็นทุกข์ก็ดีแล้วจะได้นำความทุกข์ใจที่เกิดนั้นมาเป็นปัญญา  ทำใจให้เป็นอิสระ  เพื่อจะมีกำลังใจทำสิ่งที่ควรทำเพื่อให้ชีวิตก้าวต่อไป  ไม่หยุดอยู่เพียงแค่ความรู้สึกผิดเท่านั้น           

            ขอได้โปรดตั้งจิตอธิษฐาน  ดังที่ท่านพระสมันตภัทรโพธิสัตว์ ได้ตรัสไว้ ดังนี้

            สำหรับกรรมที่ไม่ดีใดๆที่ข้าพเจ้าได้กระทำลงไปในอดีต ด้วย กาย  วาจา และใจก็ดี
เพราะถูกครอบงำด้วย ความโลภ  ความโกรธ และความหลงมายาวนานหาจุดเริ่มต้นไม่ได้
ขณะนี้ ข้าพเจ้ารู้สึกละอายและสำนึกผิดต่อกรรมเหล่านั้นทั้งสิ้นแล้ว  และขอพลังเมตตาแห่งพระโพธิสัตว์เจ้า ได้ช่วยให้ข้าพเจ้าให้อภัยตนเอง นับจากนี้เป็นต้นไป เทอญ "


ขอให้กำลังใจและความปรารถนาดีแด่ทุกท่าน  ให้ข้ามพ้นความรู้สึกผิดไปสู่การสำนึกผิดและการให้อภัยตนเอง  ก้าวเดินบนหนทางชีวิตต่อไปอย่างสร้างสรรค์

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น