วันอังคารที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ความสุขจากการให้อภัย


ผู้ที่อ่อนแอ ไม่สามารถให้อภัยใครได้ เพราะการให้อภัยได้นั้นนับเป็นความเข้มแข็งแท้จริง
                                                                                            มหาตมะ คานธี

      มาลองพิจารณาข้อความนี้ นะครับ  หากคุณให้ความรัก ความไว้วางใจ ช่วยเหลือใครสักคน แต่ภายหลังเขากับไปคบคิดกับคนอื่น ให้ร้ายคุณ พูดถึงคุณในทางที่เสียหาย จนคุณต้องได้รับความอับอาย คุณจะให้อภัยเขาคนนั้นได้ไหม ?"

 1.  ให้อภัยได้ ถ้าคนนั้นได้รับโทษอย่างสาสมเสียก่อน
 2.  ให้อภัยได้ เพราะเป็นสิ่งดีที่จะให้อภัย เช่นที่พ่อแม่ หรือศาสนาสั่งสอนมา
 3.  ให้อภัยได้  เพราะจะช่วยให้สังคมอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุข 
 4.  ให้อภัยได้ เพราะเป็นการแสดงออกของความรักที่ไม่มีเงื่อนไข
       
        ท่านจะเลือกข้อใดที่ตรงใจท่านมากที่สุด  ผมได้ลองถามนักศึกษาแพทย์ปี 5 ที่เรียนวิชาจิตเวชศาสตร์อยู่ทั้งสิ้น 33 คน  คำตอบที่ได้จากลูกศิษย์แพทย์กลุ่มนี้น่าสนใจทีเดียวครับ  มีตอบข้อ 1 อยู่ 13 คน  ตอบข้อ 2 อยู่  12 คน ตอบข้อ 3 อยู่  5 คนและตอบข้อ 4 อีก 3 คน  ที่กล่าวมานี้คงไม่ถึงกับเป็นโพลสำรวจนะครับ  เพียงอยากจะให้เห็นว่าคนเราแต่ละคนมีมุมมองในเรื่องการให้อภัยที่แตกต่างกันมาก

       มนุษย์มีแนวโน้มในจิตใจแต่กำเนิดที่จะโต้ตอบทางลบมากขึ้นต่อคนที่แสดงออกทางลบต่อเขา  ธรรมชาตินี้เองเป็นที่มาของการแก้แค้นกัน และตอบโต้กันจนไม่รู้จบสิ้น  สิ่งนี้เกิดจากอะไรนอกจากมนุษย์แล้วสิ่งมีชีวิตอื่นมีพฤติกรรมการแก้แค้นเช่นมนุษย์หรือไม่

       จากข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ พบปรากฏการณ์ของการแก้แค้นเกิดขึ้นได้ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชั้นสูงบางชนิดด้วย เช่น ในลิงชิมแปนซี  และพบต่ออีกว่าเมื่อการแก้แค้นเกิดขึ้น  สิ่งที่กระทำนั้นมักจะมีความรุนแรงมากเสียกว่าสิ่งที่ถูกกระทำในตอนแรก  จึงมีแนวโน้มให้เกิดวงจรการล้างแค้นที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ    ซึ่งเราพบเห็นตัวอย่างการโต้ตอบที่รุนแรงมากมาย ในสงครามและประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ  การให้อภัยจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะมาช่วยตัดและลดทอนการแก้แค้น ซึ่งมีแต่จะเพิ่มความสูญเสียทั้งสองฝ่าย

       พัฒนาการของการให้อภัยผู้อื่นเป็นส่วนหนึ่งของพัฒนาการทางจิตใจด้วย  พบว่าคนเราสามารถให้อภัยได้มากขึ้นตามอายุ  คือ ในคนสูงอายุจะให้อภัยผู้อื่นได้ง่ายกว่าคนในวัยผู้ใหญ่และมากกว่าคนในวัยรุ่น ซึ่ง น่าจะสะท้อนถึงโลกทัศน์ที่เปลี่ยนแปลงไปในคนที่ผ่านชีวิตมานานกว่า  ทำให้มีความเข้าใจ เห็นอกเห็นใจมากขึ้น   
        นอกจากนี้พัฒนาการของการให้อภัยยังมีลักษณะที่เป็นลำดับขั้น  เหมือนที่มนุษย์เรามีพัฒนาการทางร่างกายจากคลานเป็น นั่ง จนถึงการยืนและเดินตามลำดับ     คือ ในขั้นต้น  การให้อภัยจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อผู้ที่กระทำผิดได้รับการล้างแค้นหรือการลงโทษที่สาสมเสียก่อน  ขั้นกลางคือ การให้อภัยเป็นสิ่งควรทำเนื่องจากเป็นสิ่งที่สังคม  คำสั่งสอนของพ่อแม่หรือที่ศาสนาสอนไว้  ในขั้นสูงคือ การให้อภัยเพื่อให้เกิดความสงบสุขในสังคม  และในขั้นสูงสุดคือเป็นการแสดงออกของความรักที่ไม่มีเงื่อนไข (unconditional love)  

       ในความจริงแล้ว การให้อภัยกลับกลายเป็นสิ่งที่ก่อเกิดประโยชน์ต่อผู้ที่ให้อภัยเอง  เพราะการให้อภัยคือการปลดปล่อยตนเองจากซากอดีตที่เจ็บปวด  เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่  ดังที่ Corrie Ten Boom ผู้ช่วยเหลือชาวยิวจากค่ายกักกันของนาซีได้กล่าวว่า  การให้อภัย คือการปลดปล่อยนักโทษ  และนักโทษผู้นั้นก็คือตัวคุณนั่นเอง”   และจากประสบการณ์ตรงของเธอเองที่ได้บันทึกไว้ว่า  “ในท่ามกลางเหยื่อที่ถูกนาซีทำทารุณกรรมนั้น  ผู้ที่สามารถสร้างชีวิตใหม่ได้ดี  และสามารถดำรงชีวิตที่เป็นสุขได้คือผู้ที่สามารถให้อภัยต่อความเลวร้ายเหล่านั้น

       ผลดีอีกประการคือ ผู้ที่มักให้อภัยผู้อื่นได้ง่ายจะมีความเป็นปฏิปักษ์น้อย  ไม่หลงตัวเอง  ไม่ชอบครุ่นคิดวนเวียน  เป็นคนที่มีนิสัยพูดง่ายไม่เรื่องมาก  ทำให้กังวลและซึมเศร้าน้อยกว่า  ป่วยเป็นโรคประสาทน้อยกว่า  มีลักษณะที่เข้าอกเข้าใจผู้อื่นมากกว่า  การให้อภัยจึงเป็นเสมือนภูมิคุ้มกันโรคทางจิต  เพิ่มสุขภาพจิตที่ดีสำหรับตัวผู้ให้อภัยนั้นเอง  ผมจึงอยากชวนท่านผู้อ่านได้ทบทวน  ไตร่ตรองอย่างลึกซึ้งและตั้งใจอย่างแน่วแน่  เพื่อที่จะช่วยกันปลดปล่อยความเคืองแค้นที่ยังฝังใจ  เพื่อให้จิตใจได้รับอิสรภาพและเกิดความสุขสงบทางใจ 
การที่จะให้อภัยแก่บุคคลผู้ที่เคยทำให้เราเจ็บปวด  แม่ชีเทเรซา ได้สอนว่า  

“ เพื่อที่จะให้อภัยต่อใครบางคนที่ทำให้เราปวดร้าว  เพื่อที่จะเริ่มต้นใหม่กับผู้ที่เคยทำให้เราผิดหวัง  เพื่อที่จะคงความเสียสละไว้แม้เคยถูกหลอกลวง  เหล่านี้แม้หากจะเจ็บปวด  จึงเป็นการให้อภัยและเป็นรักที่ปราศจากความเห็นแก่ตัว ...” 



  การให้อภัยเครื่องวัดพัฒนาการของจิตใจ
  การให้อภัยที่สูงสุดเป็นการแสดงออกของความรักที่ไม่มีเงื่อนไข
  เริ่มด้วยการตั้งจิตที่แน่วแน่ในการให้อภัยใครบางคนที่ทำให้เราเจ็บปวด
  การให้อภัยจะนำให้เกิดอิสรภาพและความสุขในชีวิต

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น