วันจันทร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2555

สมาธิแห่งพระวัชรสัตว์เพื่อชำระล้างกรรม (Vajrasattva Meditation for Karmic Purification)

     

    พระวัชรสัตว์(Vajrasattva)  คือสัมโภคกาย พระพุทธเจ้าในพุทธศาสนาแบบตันตระยานหรือวัชรยาน หรืออาจจะเรียกว่าพุทธศาสนาแบบทิเบต  ถือว่าท่านคือพุทธสภาวะที่อยู่เหนือต่อกาลเวลา  ท่านเป็นพระพุทธเจ้าองค์ปฐม (อาทิพุทธเจ้า) ซึ่งบริสุทธิ์สะอาด ปราศจากมลทินและบาปอกุศลทั้งปวง  และเป็นธรรมชาติของพุทธะที่มีอยู่ในเหล่าสรรพสัตว์ ตั้งแต่เริ่มแรก  
 
    หลักการปฏิบัติสมาธิพระวัชรสัตว์ก็คือการสารภาพบาปเพื่อการชำระล้างด้วยเมตตาและแสงแห่งปัญญาญาณภายในของเราเพื่อนำจิตเข้าสู่ธรรมชาติเดิมแท้ภายในตนนั่นเอง  โดยอาศัยการสร้างจินตภาพในสมาธิถึงองค์ท่าน  การน้อมใจเข้าถึงพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์ และอธิษฐานโพธิจิตคือการระลึกถึงเหล่าสรรพชีวิตที่ร่วมทุกข์ให้ได้มีโอกาสได้รับการชำระล้างด้วย   การทบทวนความผิดบาปในอดีตพร้อมการระลึกเสียใจ  การอธิษฐานขอพลังแห่งพระวัชรสัตว์มาชำระล้างบาปนั้น  การสำนึกว่าจะไม่ก้าวล่วงในบาปกรรมนั้นอีก  และการอุทิศกุศลบุญที่เกิดขึ้นในการปฏิบัติ
พลัง 4 ประการของการปฏิบัติ
  1. พลังของการมีพระรัตนตรัยและพระวัชรสัตว์เป็นที่พึ่ง 
  2. พลังของการสำนึกผิด
  3. พลังของการชำระล้างให้บริสุทธิ์
  4. พลังของการละเว้นบาปและการอุทิศ



ขั้นตอนการปฎิบัติ(สรุป)
  1. ให้สร้างจิตภาพพระวัชรสัตว์ให้ชัดเจนในมโนสำนึก  ตั้งแต่ฐานดอกบัวและแผ่นจานสีขาวพระจันทร์ที่ท่านประทับอยู่  เห็นท่านในท่านั่งขัดสมาธิด้วยความสงบและยิ้มยินดี  กายของท่านสีขาวสว่างบริสุทธ์เรืองรองดั่งดวงอาทิตย์พันดวง และว่างเปล่าดุจสายรุ้งบนท้องฟ้า  มีเครื่องทรงประดับสวยงามประดับด้วยเพชรนิลจินดา  มือขวาถือวัชระทองคำที่ระดับหัวใจหมายถึงความรักเมตตา  ส่วนมือซ้ายถือระฆังเงินซึ่งหมายถึงปัญญา  ให้เห็นท่านลอยอยู่เหนือศีรษะ ห่างประมาณหนึ่งฟุต และหันหน้าไปทางเดียวกัน  
  2. จินตภาพว่าตัวเรานั่งอยู่ท่ามกลางสรรพชีวิต ในทุกภพสภาวะ คือ พรหม เทพเทวดา มนุษย์ทุกชาติทุกภาษา  สัตว์ทั้งหลาย รวมถึงผี เปรต อสุรกาย สัตว์นรกทั้งหมดนั้นแวดล้อมท่านอยู่  เพื่อได้ปฏิบัติชำระจิตใจร่วมกัน
  3. สวดภาวนาออกเสียง ขอพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งดังนี้ “ ข้าพเจ้า ขอถือพระพุทธเจ้า พระวัชรสัตว์  พระธรรม  พระอริยะสงฆ์  เป็นที่พึ่งอันสูงสุด ข้าพเจ้า จะปฏิบัติสู่ความหลุดพ้น เพื่อช่วยสรรพชีวิตให้พ้นทุกข์ทั้งปวง”
   4. ทบทวนชีวิต  ระลึกถึงบาป ความชั่วทั้งหลายที่เคยทำมาในชาตินี้ ในอดีตชาติ ทั้งที่ระลึกได้และยังระลึกไม่ได้  ว่าเคยเบียดเบียนตนเอง  บุพการี  ญาติพี่น้อง เพื่อน สรรพชีวิต  ทั้งทางกาย วาจา ใจ  พร้อมทั้งระลึกเสียใจในบาปกรรมนั้นจากใจจริงส่วนลึกของตน
  5. สร้างความเชื่อมั่นพุทธภาวะในตนเองที่จะเป็นอิสระจากความชั่วเหล่านั้น  พร้อมกับตั้งจิตปรารถนาที่จะชำระบาปกรรมนั้นให้หมดสิ้นไป  เห็นพระวัชรสัตว์ทรงยิ้มและกล่าวด้วยเสียงอันอ่อนโยนว่า  “ลูกรัก  บาปกรรมทั้งหลายจะถูกชำระล้างจนหมดสิ้น”
   6. เริ่มการชำระล้างด้วยการอธิษฐานถึงพลังแห่งพระวัชรสัตว์  ให้ช่วยชำระบาปกรรมทั้งหมดในอดีตทั้งของข้าพเจ้าและสรรพชีวิตทั้งหลาย
    7. สวด มนตราพระวัชรสัตว์หนึ่งร้อยคำ 21 จบ  โดยแบ่งเป็นทีละ 7 จบ
7 จบแรกให้ชำระล้างกาย ท่องออกเสียง1 จบ ท่องในใจ 6 จบ
7 จบที่สองชำระล้างวาจา ท่องออกเสียง1 จบ ท่องในใจ 6 จบ
7 จบที่สามชำระล้างใจ  ท่องออกเสียง1 จบ ท่องในใจ 6 จบ
8. ท่องมนตราย่อ คือ โอม เบนซา ซาโต ฮุง ไปเรื่อยๆ พร้อมทั้งจินตภาพให้ทุกสิ่งในพุทธภูมนี้ิ ทุกชีวิตในจักรวาล  หลอมสภาพเป็นแสงพุ่งเข้าสู่ตัวเราที่เป็นพระวัชรสัตว์ 
   9. เมื่อค่อยๆออกจากสมาธิความว่างอันเจิดจรัส ให้รับรู้ มอง ทุกสิ่งเป็นพุทธภูมิ ไม่ว่าจะเป็นความคิด อารมณ์ ความรู้สึก ล้วนเป็นพุทธสภาวะ เสียงทั้งหลายคือมนตรา  ผู้คนทั้งหลายคือพุทธะ  จากใจภายในที่สะอาดผ่องใส แล้วนั่นเอง
    10. อธิษฐานบุญกุศลที่ได้กระทำการชำระจิตนี้ 
อธิษฐานจิตอย่างแน่วแน่และมั่นคงว่าจะไม่กระทำความชั่วเช่นที่ผ่านมาอีก  หากเป็นนิสัยที่ติดตัวมานานก็ให้ตั้งสัตย์ปฏิญาณว่าจะไม่กระทำในช่วง 7 วัน 14 วัน หรือ 1 เดือน เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าจะสามารถละได้สำเร็จ
“ ขออุทิศบูชาแด่ พระพุทธ พระวัชรสัตว์ พระธรรม  พระอริยสงฆ์  ต่อบิดามารดา สามีภรรยาลูกหลาน ญาติทั้งปวง  สรรพชีวิตทั้งที่เป็นมิตรและศัตรู  ทั้งที่อยู่ใกล้และอยู่ไกล  ที่ยังจมอยู่ในความทุกข์ขอให้พ้นทุกข์ ที่มีสุขก็ขอให้พบสุขละเอียดขึ้นและได้พบธรรมปฏิบัติธรรมจนพ้นทุกข์ด้วยกันทั้งหมด  เทอญ "

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น