วันศุกร์ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2554

การปฏิบัติโพวา (Phowa Practice)

      
      การปฏิบัติโพวา  คือการส่งผ่านจิตสำนึกในขณะตาย  เพื่อให้จิตวิญญาณขึ้นสู่พุทธภูมิแห่งพระอมิตาภะ ซึ่งถือว่าเป็นดินแดนที่จะไม่มีการกลับมาเวียนว่ายตายเกิดในภพภูมิทั้ง 6 อีก  และจะไปบรรลุธรรมหลุดพ้นในพุทธภูมินั้น นับว่าเป็นวิธีที่เรียบง่ายและลัดตรงที่สุดวิธีการหนึ่งในการปฏิบัติแบบวัชรยาน  แต่ต้องอาศัยการฝึกปฏิบัติซ้ำๆจนการส่งผ่านจิตสำนึกขึ้นสู่พุทธภูมิพระอมิตาภะ เป็นธรรมชาติของบุคคลนั้น  เพราะในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตในยามที่มีทุกข์ท่วมทวีหรือภายใต้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกระทันหัน  จำเป็นต้องระลึกถึงได้อย่างทันท่วงที
ตามคำกล่าวของท่าน มาร์ปะ ลอตซาวา ที่ว่า “ ถ้าคุณศึกษาโพวา ทำให้บริสุทธิ์ครั้งแล้วครั้งเล่า  เมื่อถึงเวลาที่คุณต้องเผชิญหน้ากับความตาย คุณจะไม่ท้อแท้สิ้นหวัง  และถ้าคุณฝึกจนคุ้นเคยในหนทางแห่งโพวาดีแล้ว  ช่วงเวลาของความตายจะเป็นเวลาที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่น ความแจ่มใสเบิกบาน” 


การปฏิบัติ ตามแนวทางของท่าน Sogyal Rinpoche จากหนังสือ The Tibetan Book of Living and Dying 
เริ่มด้วยการจัดท่านั่งที่สบายหรือท่านอน ทำใจราวกับว่าท่านกำลังจะตายจากโลกนี้  หลับตาแล้วอธิษฐานจิตสร้างจินตภาพของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ท่านเคารพรักอย่างสูงสุดไว้เบื้องบนในสภาพที่เต็มไปด้วยแสงสว่างเจิดจรัส  หากไม่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใดเลยก็ให้นึกเป็นแสงสีทองสุกสว่างลอยอยู่เหนือศีรษะ  ให้สิ่งที่คุณระลึกถึงนั้นเต็มเปี่ยมด้วยพลังแห่งปัญญา และความรักเมตตา โดยไม่จำเป็นต้องเห็นเป็นภาพชัดเจนแต่ขอให้สร้างความเชื่อมั่นว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นดำรงอยู่ที่นั่นจริงๆ
  1. จดจ่อจิตใจและหัวใจทั้งหมดไว้ที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นและตั้งจิตอธิษฐาน ด้วยอำนาจพระพุทธ พระธรรม พระอริยสงฆ์ พระโพธิสัตว์ หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดได้โปรดอำนวยพร ได้โปรดชี้นำ ผ่านพลังแห่งแสงที่พุ่งตรงลงมาที่ข้าพเจ้า
  2. ขอให้กรรมเลวร้ายทุกประการ อารมณ์อันเป็นทุกข์  อุปสรรคขัดขวางทั้งมวล  จงได้รับการขจัดปัดเป่าจนหมดสิ้น  ให้เหลือแต่ความบริสุทธิ์สะอาด
  3. ขอให้ข้าพเจ้าได้บรรลุผลในการปฏิบัติโพวานี้  ตายด้วยดี และตายอย่างสงบ
  4. ด้วยชัยชนะเหนือความตายนี้  ขอให้ข้าพเจ้าสามารถช่วยสรรพชีวิตทั้งที่ยังมีชีวิตหรือตายไปแล้ว
  5. จากนี้ให้จินตภาพว่า  สิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นได้ตอบรับคำภาวนาอย่างจริงใจ ด้วยรอยยิ้มที่อ่อนหวาน  และส่งความรักเมตตาเป็นลำแสงจากหัวใจของท่าน  มาสัมผัสที่ตัวคุณและคลุมไปทั่วทั้งร่างกายทั้งภายนอกและภายในเพื่อชำระล้างกายใจและจิตวิญญาณของคุณ จนใสสะอาดกลายสภาพเป็นแสงเจิดจรัสที่สวยงาม 
  6. สวดภาวนาโพวา (บทสวดเฉพาะ)
  7. ทั้งร่างที่เป็นแสงสว่างนั้นได้พุ่งขึ้นเป็นลำแสงไปหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวเข้ากับพลังแสงแห่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์  จนไม่สามารถแยกจากกันได้อีก
  8. ให้ดำรงสภาพที่เป็นหนึ่งเดียวกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เปี่ยมด้วยปีติสุข สว่างไสวตราบนานเท่านาน
การปฏิบัติโพวานี้ควรทำอย่างสม่ำเสมอทุกๆวันเพื่อฝึกความคุ้นชินของจิตในยามที่จะละร่าง  นอกจากนี้ท่านสามารถปฏิบัติโพวาให้กับผู้อื่นโดยเฉพาะผู้ที่กำลังใกล้ตาย  ด้วยการบอกและนำพาปฏิบัติไปพร้อมๆกัน  แต่หากผู้นั้นหลับไหลไม่ได้สติ ท่านก็ยังสามารถอธิษฐานทำโพวาแทนเขาได้ โดยจินตภาพให้เขาอยู่ในการปฏิบัติพร้อมๆกันไปและได้ผลการปฏิบัติเช่นเดียวกัน  พลังของการอธิษฐานสิ่งดีงามเพื่อผู้อื่นนี้  จะสร้างบรรยากาศให้ผู้ที่กำลังจะตายเข้าถึงการตายอย่างสงบ และท่านได้บำเพ็ญโพธิจิตไปด้วย  

3 ความคิดเห็น:

  1. ขอบคุณคุณหมอธวัชชัยมากค่ะ ที่มอบสิ่งดีๆให้ หากใครมีบุญก็จะได้เข้ามาอ่าน พระพุทธเจ้าได้สอนให้มนุษย์ทุกคนนึกถึงความตายทุกวัน ทุกเวลา ทุกนาที(มรณานุสติ)ทิเบตก็เป็นพุทธศาสนาเช่นเดียวกัน การปฏิบัติโพวาหากทำทุกวัน ก็จะทำให้เรานึกถึงความตายทุกวัน พี่ขออนุญาตนำบล็อคของคุณหมอไปเผยแพร่ต่อนะคะ พี่มีเพื่อนๆ ที่อยู่ในวาระใกล้ตายเข้าไปทุกทีอยู่หลายคน แต่พี่คิดว่าการปฏิบัติโพวานี้ไม่ต้องรอทำตอนแก่นะคะ ทำตอนอายุขนาดไหนก็ได้ เพราะความตายไม่เลือกอายุค่ะ/ขอสวัสดีปีใหม่ด้วยนะคะ ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่คอยช่วยเหลือคุณหมอและน้องผ่องพรรณอยู่แล้วในขณะนี้ ช่วยให้คุณหมอและน้องผ่องพรรณคิดปราถนาสิ่งใดที่เป็นกุศล จงสำเร็จสมความปราถนาทุกประการเทอญ.

    ตอบลบ
  2. ขอบคุณครับ เห็นด้วยทุกประการว่าการฝึกโพวานั้นต้องทำเสมอๆเพราะเราไม่รู้เวลานาทีของชีวิตที่เหลืออยู่ อาจเป็นวันนี้พรุ่งนี้ เมื่อจิตใจน้อมสู่พระรัตนตรัยแล้วย่อมมีสุคติเป็นที่ตั้ง จะได้สามารถสั่งสมพลังการปฏิบัติเพื่อความพ้นทุกข์สิ้นเชิง

    ตอบลบ
  3. อ.ค่ะ อยากทราวว่า สวดภาวนาโพวา (บทสวดเฉพาะ) ต้องสวดแบบไหน หรือว่าใช้บทสวดใดค่ะ ขอบคุณค่ะ อ.

    ตอบลบ

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น