วันศุกร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

โปรแกรมสมาธิบำบัด ( Meditation Therapy Program)


รูปพระวัชรสัตว์ พระปฐมพุทธเจ้าแห่งปัญญาและความเมตตา

โปรแกรมสมาธิบำบัด ( Meditation Therapy Program)

    โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานทุนส่งเสริมบัณฑิต  มูลนิธิอานันทมหิดล  ในการพัฒนาโปรแกรมสมาธิบำบัดนี้  จึงขอเผยแพร่แก่สาธารณะในวงกว้าง ให้ก่อเกิดประโยชน์โดยทั่วกัน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล  การนำไปเผยแพร่โดยไม่มีผลทางการค้า สามารถทำได้โดยไม่ต้องขออนุญาตผู้เขียน

บทนำ

          หากเฝ้าดูชีวิตรอบๆตัวเราทุกวันนี้  จะพบมีปัญหาความทุกข์ยากทางกาย ใจอยู่เป็นอันมาก   จะเห็นได้จากปัญหาความอดอยาก โรคติดต่อร้ายแรงชนิดใหม่ ๆ  ปัญหาทางเศรษฐกิจ  ความเสื่อมทางจิตใจ  ความรุนแรงในครอบครัวและสังคมที่เพิ่มขึ้น  ความขัดแย้งจนถึงสงคราม แม้คำกล่าวนี้จะเป็นจริง   แต่นั่นเป็นความจริงเพียงด้านเดียว  เพราะในอีกด้านหนึ่งนั้นโลกก็กำลังเข้าสู่กระแสของความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ  มีการเคลื่อนไหวจากกลุ่มต่างๆที่ต้องการเห็นโลกที่น่าอยู่ขึ้น(World of a better living) สำหรับทุกคน  มีการกล่าวถึง กระบวนการเพื่อสันติภาพ  การปกป้องเด็กจากความรุนแรง  การพิทักษ์สิทธิ์ของผู้ด้อยโอกาส  การอนุรักษ์ธรรมชาติแวดล้อม  กระบวนการบำบัดทางจิตวิญญาณ   จึงเป็นความจริงที่ว่า ปัญหาและการวิวัฒนาการสู่สภาพที่ดีขึ้นจึงเป็นสิ่งที่คู่กันตลอดมา



          ปัญหาทางสุขภาพ  ได้แก่ ความเจ็บป่วยทางกายและทางใจนั้นเป็นผลจากปฏิสัมพันธ์ที่ซับซ้อนของบุคคลกับตัวเอง สังคม และสภาวะต่าง ๆ รอบตัว จากการพัฒนาองค์ความรู้ทาง

          การแพทย์มาอย่างต่อเนื่อง  แนวคิดของการบำบัดรักษานั้นได้มีวิวัฒนาการเปลี่ยนแปลงไปมาก  นับตั้งแต่การมองโรคที่สาเหตุของโรคเพียงบางด้านเช่น  โรคติดเชื้อเกิดจากเชื้อโรค จำเป็นต้องให้ยาปฏิชีวนะฆ่าเชื้อโรค  มาเป็นการรักษาที่ต้องครอบคลุมถึงองค์ประกอบต่าง ๆ มิใช่เพียงการรักษาโรคเท่านั้น  โดยให้มองคนทั้งคนซึ่งรวมไปถึงสิ่งต่าง ๆ รอบตัวที่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย 

           โดยกระบวนการสมาธิบำบัดนี้จะเน้นที่การเข้าใจชีวิตในระดับต่าง ๆ  การยอมรับและการมีความรักในชีวิตซึ่งเป็นกระบวนการภายในจิตใจส่วนลึกของบุคคล จะช่วยให้บุคคลมีความสุขสงบภายในจิตใจและมีพลังจิตใจในการสร้างสรรค์ชีวิต ซึ่งหากสามารถสร้างขึ้นได้จากคนหนึ่งสู่คนหนึ่งจนสามารถเป็นทรัพยากรบุคคลของสังคม ประเทศชาติแล้ว  สังคมที่เกิดขึ้นจากบุคคลที่มีความสุขก็จะเป็นสังคมที่มีความสุขมากขึ้น  เป็นสังคมที่ได้รับการเยียวยาแล้ว และกระบวนการบำบัดทางจิตโดยใช้สมาธิเป็นฐานนี้จะเป็นกระบวนทัศน์ใหม่ที่กำลังเคลื่อนตัวและเป็นคำตอบสำคัญของการแก้ไขปัญหาความเจ็บป่วยของจิตใจที่ยั่งยืน

          การฝึกจิตอย่างเป็นขั้นตอนโดยมีเป้าหมาย ให้สามารถที่จะเข้าใจ เรียนรู้ และยอมรับตนเองอย่างลึกซึ้ง และสามารถค้นหาและแก้ไขปมปัญหาภายในได้ด้วยจากการตระหนักรู้ตนเองและพัฒนาให้สามารถข้ามพ้นข้อจำกัดภายในตน  ส่งผลให้เกิดการรู้แจ้งถึงความเป็นจริง พบความสงบสุขและความสมดุลภายใน

          โปรแกรมนี้ใช้การฝึกสมาธิเป็นฐาน (Meditation-based program) ประยุกต์และสังเคราะห์ขึ้นจากหลักการคำสอนภูมิปัญญาดั้งเดิมของโลกตะวันออกทางศาสนา หลักสัจธรรม และจิตบำบัดแบบตะวันตกหลายแนวเข้าด้วยกัน  โดยเลือกเฉพาะส่วนที่เป็นแก่นสาระสำคัญ และสามารถนำมาฝึกปฏิบัติได้ในชีวิตประจำวัน มีหลักแนวคิดที่เป็นวิทยาศาสตร์ มีเหตุมีผล ซึ่งได้แก่


          1.  หลักสมาธิลมหายใจ(อานาปานสติ) 
          2.  หลักสติปัฏฐาน 4  และ Tantric Buddhism
          3.  คำสอนของวิปัสสนาจารย์  ท่าน Sathya Narayan Goenka
          4.  หลักคำสอนของ  Parthasarathi Rajagopalachari,  J. Krishnamurti
          5.  หลักการทำสมาธิแบบ  Sahaj Marg Meditation, Raja Yoga
          6.  John Ruskan’s Emotional Clearing, Cognitive Therapy, Rational Emotive  Behavior Therapy, Transpersonal Psychotherapy

           เมื่อได้นำมาศึกษา วิเคราะห์ ปฏิบัติ และประยุกต์ใช้กับผู้ป่วยในคลินิกสมาธิบำบัด ของภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 ผู้ที่เข้ารับการฝึกครบหลักสูตร (8 ครั้ง) พบว่ามีสภาพจิตใจที่มีความสุขสงบมากขึ้น มีความรักความเข้าใจตนเองและผู้อื่น สามารถนำหลักปฏิบัติไปใช้ในชีวิตประจำวันจนทำให้ความเครียดลดน้อยลงตามลำดับ และมีบางคนที่สนใจขอกลับมาฝึกซ้ำ  ชวนบุคคลในครอบครัวมาฝึก หรือนำหลักการไปสอนให้กับผู้อื่นด้วย

          ขั้นตอนของการพัฒนาจิตตามโปรแกรมนี้ ประกอบด้วยหลักการและการปฏิบัติ 8 ขั้นตอน คือ


          1. การฝึกสมาธิลมหายใจขั้นตอนที่ 1 : การกำหนดรู้ลมหายใจ
              http://www.anamcarathai.com/2011/09/1.html

          2. การฝึกสมาธิลมหายใจขั้นตอนที่ 2 : การเฝ้าดูลมหายใจ
              http://www.anamcarathai.com/2011/09/2.html
          3. การเฝ้าดูความรู้สึกของร่างกาย
              http://www.anamcarathai.com/2011/09/3.html

          4. การระลึกรู้อารมณ์ / การยอมรับอารมณ์
              http://www.anamcarathai.com/2011/09/4.html

          5. การเฝ้าดูอารมณ์และความรู้สึกทางร่างกาย
              http://www.anamcarathai.com/2011/09/5.html

          6. การเฝ้าดูความคิด และเงื่อนไขความคิด
              http://www.anamcarathai.com/2011/09/6.html

          7. การยอมรับตนเองอย่างสมบูรณ์
              http://www.anamcarathai.com/2011/09/7.html

          8. การพัฒนาจิตสำนึกแห่งความรัก/ ความเข้าใจ 
              http://www.anamcarathai.com/2011/09/8.html

          การปฏิบัตินี้ใช้เวลา 8 สัปดาห์ต่อเนื่องกัน ผู้ฝึกจะอ่านบทเรียนซึ่งอธิบายเนื้อหาของแต่ละบทเฉพาะของสัปดาห์นั้น  ทำความเข้าใจและทำแบบฝึกประจำสัปดาห์ด้วยตนเองที่บ้าน  โดยการฝึกที่บ้านนั้นจะมีการฝึก คือ

          - ช่วงเวลาแห่งความสงบ หมายถึง การหยุดภารกิจในชีวิตประจำวัน เป็นช่วงเวลาสั้น ๆ เพื่อให้จิตใจได้กลับมาสงบและผ่อนคลาย  โดยให้ผู้ฝึกใช้เวลา2- 3 นาที ในช่วงเวลา 8.00, 10.00, 12.00, 14.00, 16.00 น. เพื่อทำการฝึกตามแบบปฏิบัติของสัปดาห์นั้น


          - ช่วงเวลา 20.00 น. หรือก่อนนอน ใช้เวลา 30 นาที ซึ่งในช่วงเวลานี้จะได้มีเวลาฝึกที่ยาวนานขึ้น ให้ฝึกต่อเนื่องทุกวัน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น